เกี่ยวกับวารสาร
วารสารวิชาการถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับการเผยแพร่องค์ความรู้และความคิดใหม่ ๆ ทางวิชาการ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและการต่อยอดความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ สำหรับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี การผลิตวารสารวิชาการของคณะรัฐศาสตร์ไม่เพียงแต่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการวิจัยระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย และนักศึกษา แต่ยังเป็นเวทีที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและการวิเคราะห์เชิงลึกในประเด็นทางสังคมและการเมืองที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์ของสังคมและการเมืองทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การผลิตวารสารวิชาการของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสนับสนุนการวิจัยที่มีคุณภาพและเป็นกลาง บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกันว่าข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เผยแพร่นั้นมีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการนำไปใช้ในวงกว้าง ทั้งนี้วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีการจัดพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ (ม.ค.–มิ.ย. และ ก.ค.–ธ.ค.) โดยใช้การกลั่นกรองบทความก่อนลงตีพิมพ์แบบผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้แต่ง และผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา (Double-blind Peer Review) ทั้งนี้บทความทุกชิ้นที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่จะผ่านกระบวนการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน
ประกาศ
ฉบับปัจจุบัน
วารสารฉบับนี้รวบรวมบทความวิชาการที่มีจุดร่วมสำคัญ คือการใช้ “ภาพยนตร์” และ “พื้นที่ทางวัฒนธรรม” เป็นฐานในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์เชิงอำนาจ สิทธิมนุษยชน และการเมืองในสังคมร่วมสมัย บทความทั้งหมดมิได้มองภาพยนตร์ในฐานะเพียงสื่อบันเทิง หากแต่พิจารณาภาพยนตร์ในฐานะตัวบททางการเมือง (political text) ที่สะท้อน กระทบ และตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจ ความไม่เท่าเทียม และระเบียบคุณค่าที่ดำรงอยู่ในสังคม
ในระดับเชิงทฤษฎี บทความในฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า ภาพยนตร์สามารถทำหน้าที่เป็น “พื้นที่สาธารณะทางวัฒนธรรม” ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี ความเป็นพลเมือง ความยุติธรรม และอำนาจ ถูกนำเสนอและต่อรองในรูปแบบที่เข้าถึงประสบการณ์ชีวิตของผู้คนมากกว่าภาษานามธรรมของกฎหมายหรือนโยบาย การวิเคราะห์ภาพยนตร์จึงมิใช่เพียงการอ่านเนื้อเรื่อง หากแต่เป็นการอ่านโครงสร้างทางสังคม ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และวาทกรรมที่ถูกผลิตซ้ำผ่านภาพ เสียง ตัวละคร และการเล่าเรื่อง
บทความว่าด้วย Hidden Figures และ Selma ชี้ให้เห็นมิติของการกดทับ การเลือกปฏิบัติ และการต่อสู้เพื่อสิทธิในบริบทของสังคมประชาธิปไตยตะวันตก โดยเฉพาะบทบาทของสตรี คนผิวสี และพลเมืองในการท้าทายโครงสร้างอำนาจที่อ้างความเสมอภาค แต่ยังคงดำรงความไม่เท่าเทียมในทางปฏิบัติ ขณะที่บทความเกี่ยวกับ คังคุไบ กฐียาวาฑี เปิดให้เห็นการเมืองเรื่องเพศและชนชั้นในสังคมอินเดีย ผ่านการต่อสู้ของผู้หญิงชายขอบที่เปลี่ยนจาก “เหยื่อ” สู่ “ผู้มีอำนาจต่อรอง” ในโครงสร้างที่กดทับพวกเธออย่างเป็นระบบ
ในอีกมิติหนึ่ง บทความที่วิเคราะห์ภาพยนตร์ มหาราช และ สัปเหร่อ ได้ขยายขอบเขตการศึกษาการเมืองไปสู่ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจ ศรัทธา ศาสนา และพิธีกรรม โดยชี้ให้เห็นว่า ความยุติธรรม ความชอบธรรม และการควบคุมชีวิต ความตาย มิได้ดำรงอยู่เพียงในรัฐสมัยใหม่หรือระบบกฎหมายเท่านั้น หากแต่แทรกซึมอยู่ในความเชื่อ พิธีกรรม และการปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน ขณะเดียวกัน บทความว่าด้วยเวทีการประกวดนางงามในสังคมไทยได้สะท้อนการเมืองเชิงสัญลักษณ์ อำนาจละมุน และข้อจำกัดของการแสดงออกทางการเมืองของสตรีในพื้นที่สาธารณะที่ดูเหมือน “ปลอดการเมือง”
เมื่อพิจารณาภาพรวม บทความทั้งหมดในวารสารฉบับนี้ร่วมกันตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า การเมืองมิได้จำกัดอยู่ในสถาบันรัฐ พรรคการเมือง หรือการเลือกตั้ง หากแต่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่วัฒนธรรม ภาพยนตร์ พิธีกรรม เรื่องเล่า และการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ การศึกษาการเมืองผ่านสื่อวัฒนธรรมจึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการทำความเข้าใจอำนาจ สิทธิมนุษยชน และความขัดแย้งในสังคม โดยเฉพาะในยุคที่การเมืองดำรงอยู่ควบคู่กับอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ของผู้คน
กองบรรณาธิการหวังว่า วารสารฉบับนี้จะมีส่วนช่วยขยายพรมแดนการศึกษาทางรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ให้ก้าวข้ามการวิเคราะห์เชิงสถาบันไปสู่การทำความเข้าใจการเมืองในชีวิตประจำวัน และกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงเชิงวิชาการเกี่ยวกับบทบาทของวัฒนธรรม สื่อ และศิลปะ ในการผลิตซ้ำหรือท้าทายโครงสร้างอำนาจและความไม่เท่าเทียมในสังคมร่วมสมัย