การประกอบกิจกรรมทางกายของอาจารย์วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
คำสำคัญ:
การประกอบกิจกรรมทางกาย, ระดับของกิจกรรมทางกาย, พฤติกรรมเนือยนิ่งบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการประกอบกิจกรรมทางกายของอาจารย์ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการจัดกิจกรรมทางกายที่สอดคล้องกับความต้องการของอาจารย์ กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์สังกัดวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น จำนวน 40 คน อายุ 25-59 ปี ประสบการณ์การทำงานตั้งแต่ 1 ปีการศึกษาขึ้นไป เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อคำถามเท่ากับ 0.74 การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่ใช้ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา พบว่า 1) การประกอบกิจกรรมทางกายหมวดการทำงานเฉลี่ย 6.12 (SD = 1.31) วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ย 77.75 (SD = 30.40) นาทีต่อวัน หมวดการเดินทาง เฉลี่ย 3.97 (SD = 2.93) วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ย 25.25 (SD = 22.41) นาทีต่อวัน หมวดนันทนาการเฉลี่ย 2.63 (SD = 1.84) วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ย 22.50 (SD = 16.64) นาทีต่อวัน รวมประกอบกิจกรรมทางกายทุกหมวดเฉลี่ย 4.67 (SD = 1.46) วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ย 125.50 (SD = 30.22) นาทีต่อวัน เป็นการประกอบกิจกรรมทางกายระดับเบาถึงระดับปานกลาง เวลาที่ใช้ประกอบกิจกรรมทางกายตรงกับข้อแนะนำของ World Health Organization (WHO, 2020) แต่ระดับความหนักไม่ตรงกับข้อแนะนำของ WHO (2020) ด้านพฤติกรรมเนือยนิ่งใช้เวลานั่งหรือเอนกาย เฉลี่ย 201.75 (SD = 67.74) นาทีต่อวัน ดูทีวี ใช้โทรศัพท์มือถือ เล่นคอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิงเฉลี่ย 155.84 (SD = 69.21) นาทีต่อวัน ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการทำงานเฉลี่ย 248.75 (SD = 70.68) นาทีต่อวัน รวมพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ย 606.34 (SD = 82.28) นาทีต่อวัน ซึ่งใช้เวลามากกว่าข้อแนะนำของ WHO (2020) 2) แนวทางการจัดกิจกรรมทางกายจากข้อเสนอแนะ ได้แก่ มหาวิทยาลัยควรมีนโยบายด้านการประกอบกิจกรรมทางกายขณะทำงาน มหาวิทยาลัยควรจัดหาอุปกรณ์การออกกำลังกายให้เพียงพอและพร้อมใช้งาน มหาวิทยาลัยควรจัดการแข่งขันกีฬาภายในมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยควรส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมการประกอบกิจกรรมทางกายขณะทำงาน
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2561). คู่มือกระบวนการจัดการคลินิกไร้พุง. ทีเอส อินเตอร์พริ้นท์.
กรมอนามัย. (2562). ไร้พุง ลดโรค กินถูกส่วน 2:1:1. องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
กริช เรืองไชย และอภิญญา อุตระชัย. (2563). กิจกรรมทางด้านร่างกายและพฤติกรรมการบริโภคอาหารส่งผลต่อภาวะสุขภาพในกลุ่มคนวัยทำงานอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 13(1), 354–359. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RDHSJ/article/view/254854
กฤษดา ตั้งชัยศักดิ์ และณรัฐ วัฒนพานิช. (2563). ทัศนคติที่มีต่อการออกกำลังกายและรูปแบบการให้บริการที่คาดหวังจากสถานออกกำลังกายของคนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 6(2), 369–387. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/241047
กุลทัต หงส์ชยางกูร, พงค์เทพ สุธีรวุฒิ, และญัตติพงศ์ แก้วทอง. (2561). คู่มือการเพิ่มกิจกรรมทางกายในคนไทย. สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. https://ppi.psu.ac.th/paper/2451
กุลธิดา บรรจงศิริ, วรวิช นาคแป้น, ศรุดา จิรัฐกุลธนา, อารยา ประเสริฐชัย, ปธานิน แสงอรุณ, พรสวัสดิ์ ศรีสวัสดิ์ และอนัญญา ประดิษฐปรีชา. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมเนือยนิ่งกับอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกในกลุ่มคนวัยทำงาน. SAU Journal of Science and Technology, 9(1), 1–14. https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/saujournalst/article/view/251346
ขนิษฐา อันจะนะ และวรพงษ์ แย้มงามเหลือ. (2565). พฤติกรรมการประกอบกิจกรรมทางกายของบุคลากรสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 14(2), 183–193. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/nakboot/article/view/248698
จิราภา ศรีนุกูล, ศิวพร อึ้งวัฒนา, และวราภรณ์ บุญเชียง. (2563). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. พยาบาลสาร, 47(3), 277–287. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/cmunursing/article/view/245771
ญาโณทัย ใจกลาง, ก้องเกียรติ เชยชม, และรายาศิต เต็งกูสุลัยมาน. (2566). พฤติกรรมการออกกำลังกายของประชาชนในเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 15(1), 101–114. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TNSUJournal/article/view/259215
ฐิติกร โตโพธิ์ไทย, ชมพูนุท โตโพธิ์ไทย, ระพีพงศ์ สุพรรณไชยมาตย์, วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร, วีระศักดิ์ พุทธาศรี และอัจจิมา มีพริ้ง. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางกายและลักษณะพื้นฐานของประชาชนในชุมชนส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน: กรณีศึกษาของ 3 ชุมชนในภูมิภาคประเทศไทย. วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 45(3), 11–25. https://thaidj.org/index.php/for4d/article/view/13092
ณฐินี พงศ์ไพฑูรย์สิน, อภิชา น้อมศิริ, และงามจิต คงสุผล. (2563). พฤติกรรมสุขภาพ (3อ. 2ส.) และแนวทางการจัดการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับบุคลากรสายสนับสนุนคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ,3(2), 95–108. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjph/article/view/241675
ธนภรณ์ วิโรจน์, พนิดา เตบเส็น, ดุษณี สุวรรณคง, ตั้ม บุญรอด, และชำนาญ ชินสีห์. (2567). ผลของโปรแกรมการกำกับตนเองต่อน้ำหนักตัวของวัยทำงานที่มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 33(2), 276–287. https://thaidj.org/index.php/JHS/article/view/13475
นฤมล พระใหญ่, สิทธิพร ครามานนท์, และนริศรา ศิริพันธศักดิ์. (2563). การศึกษาองค์ประกอบอุปสรรคการออกกำลังกายของพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร. วารสารการวัดผลการศึกษา, 37(102), 1–13. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JEMEPTB/article/view/248802
นันทิชา ไกรสินธุ์, จุฑามาศ สิงห์ชัยนรา, สมบัติ อ่อนศิริ, และสมบูรณ์ อินทร์ถมยา. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมในการออกกำลังกาย ของครูในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 13(1), 114–127. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/nakboot/article/view/247539
พัชรี ดิษฐสอน และชนิสรา แก้วสวรรค์. (2566). การศึกษารูปแบบการจัดการกีฬา เพื่อการออกกำลังกายของประชาชนในท้องถิ่น. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 15(1), 68–87. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/polscilaw_journal/article/view/267137
พิมลพรรณ ดีเมฆ และศิริพร เงินทอง. (2562). พฤติกรรมสุขภาพของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. [รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ]. การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 6, มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.
ไพวัน เพลิดพราว, กฤตติกา แสนโภชน์, และธนกฤต ทุริสุทธิ์. (2565). ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการออกกำลังกายตามแบบวิถีใหม่ในเมืองกีฬา จังหวัดอุดรธานี. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(12), 670–683. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSBA/article/view/262443
ระวีวรรณ มาพงษ์. (2566). กลยุทธ์การลดพฤติกรรมเนือยนิ่งของพนักงานออฟฟิศที่ทำงานแบบผสมผสานหรือทำงานทางไกล: กลยุทธ์สู่การนำไปใช้. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(2), 362–374. https://thaidj.org/index.php/JHS/article/view/13723
วริศ วงศ์พิพิธ, ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร์, และสิทธา พงษ์พิบูลย์. (2563). กิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่ง: แนวทางและการประเมิน. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ, 21(1), 1–21. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/spsc_journal/article/view/241514
วันฉัตร โสฬส. (2565). พฤติกรรมเนือยนิ่งปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง: แนวทางการป้องกัน. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพวิทยาลัยนครราชสีมา, 1(2), 42–53. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/jhsnmc/article/view/351
วีระยุทธ พรพจน์ธนมาศ. (2565). การศึกษาเปรียบเทียบการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของเครื่องมือวิจัยด้วยเทคนิค IOC, CVR, และ CVI. รังสิตสารสนเทศ, 28(1), 169–192. https://rilj.rsu.ac.th/journal/57/article/281
ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย. (2567). แบบประเมินสถานการณ์มีกิจกรรมทางกายด้วยตนเอง. https://co-creation.thaihealth.or.th
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม. (2565). สุขภาพคนไทย 2565. อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2567). คู่มือลดพุงลดโรค. https://resourcecenter.thaihealth.or.th/media-detail/2542
อนุสรณ์ ส่องแสง, วราภรณ์ จันทรพราว, ดิศพล บุปผาชาติ, และเด่นดวงดี ศรีสุระ. (2565). พฤติกรรมการออกกำลังกายของประชาชนในเขตสุขภาพที่ 10. วารสารศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี, 10(1), 62–83. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/HPC10Journal/article/view/1601
อรอนงค์ ดำขำ, พรศรี งามรวี, และภคิน ไชยช่วย. (2563). การศึกษากิจกรรมทางกายของครูในโรงเรียนมัธยม กรณีศึกษาครูโรงเรียนมัธยมเขตอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 3(2), 70–80. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjph/article/view/187410
อุดม อัศวุตมางกูร และฐิติกร โตโพธิ์ไทย. (2566). สถานการณ์การมีกิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่ง ในแต่ละเขตสุขภาพของประเทศไทย. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 46(3), 114–128. https://thaidj.org/index.php/for4d/article/view/14876
Alahmadi, M. A. (2021). Prevalence of sedentary behavior and sleep duration among first Saudi female physical education teachers. EC Nutrition, 16(2), 30–37. https://ecronicon.net/assets/ecnu/pdf/ECNU-16-00905.pdf
Grabara, M., Nawrocka, A., & Powerska-Didkowska, A. (2018). The relationship between physical activity and work ability - A cross- sectional study of Teachers. International Journal of Occupational Medicine and Environmental Health, 31(1), 1–9. https://doi.org/10.13075/ijomeh.1896.01043
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
World Health Organization. (2020). WHO guidelines on physical activity and sedentary behavior. https://www.who.int/publications/i/item/9789240015128
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัยสวนดุสิต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.