สมรรถนะภาวะผู้นำที่ส่งเสริมความสามารถของที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร

ผู้แต่ง

  • บุญชัย ปลื้มสืบกุล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
  • สุขุม เฉลยทรัพย์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
  • ศิโรจน์ ผลพันธิน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
  • สุภาภรณ์ ตั้งดำเนินสวัสดิ์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

คำสำคัญ:

สมรรถนะภาวะผู้นำ, ที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร, มาตรฐานจริยธรรมและวิชาชีพ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับสมรรถนะภาวะผู้นำที่ส่งเสริมความสามารถของที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร และ 2) วิเคราะห์ระดับความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของสมรรถนะภาวะผู้นำที่ส่งเสริมความสามารถของที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวมรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรระดับหัวหน้างานจากองค์กรธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหาร ธุรกิจบริการ และองค์กรการศึกษา จำนวน 384 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียรสันผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับสมรรถนะภาวะผู้นำ ด้านมาตรฐานจริยธรรมและวิชาชีพมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( equation = 4.74, SD = .345) โดยเฉพาะการรักษาความลับขององค์กร รองลงมาคือด้านภาวะผู้นำและการบริหารจัดการ ( equation = 4.59, SD = .471) โดยเฉพาะการควบคุมอารมณ์ ด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินการให้คำปรึกษา (= 4.57, SD = .467) โดยเฉพาะการเข้าใจความต้องการของลูกค้า และด้านการพัฒนาวิชาชีพและส่วนบุคคล  ( equation = 4.60, SD = .459) โดยเฉพาะทักษะการสื่อสารและการฟังอย่างตั้งใจ 2) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบ พบว่า มี 6 องค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ภาวะผู้นำและการบริหารจัดการ มาตรฐานจริยธรรมและวิชาชีพ การพัฒนาวิชาชีพและส่วนบุคคล มนุษยสัมพันธ์และการปรับตัว และการเพิ่มขีดความสามารถของที่ปรึกษา โดยพบความสัมพันธ์ระดับสูงระหว่างความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกับการพัฒนาวิชาชีพ (r = .848) และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกับมาตรฐานจริยธรรม (r = .819)

เอกสารอ้างอิง

กริช แรงสูงเนิน. (2554). การวิเคราะห์ปัจจัยด้วย SPSS และ AMOS เพื่อการวิจัย. ซี.เอ็ด. ยูเคชั่น.

สุทิติ ขัตติยะ และวิไลลักษณ์ สุวจิตตานนท์. (2554). แบบแผนการวิจัยและสถิติ. บจ.ประยูรวงศ์พริ้นติ้ง.

Appelbaum, S. H., & Steed, A. J. (2005). The critical success factors in the client-consulting relationship. Journal of Management Development, 24(1), 68–93.

Block, P. (2011). Flawless consulting: A guide to getting your expertise used (3rd ed.). Pfeiffer. https://content.e-bookshelf.de/media/reading/L-587807-a4c6228c74.pdf

Clark, T. (2004). Management consulting: A guide to the profession. International Journal of Public Sector Management, 17(2), 196–198

Cochran, W.G. (1953). Sampling Techniques. John Wiley & Sons.

Hill, C. W. L., & McShane, S. (2008). Principles of management. McGraw-Hill.

Hinkle, D. E., Wiersma, W., & Jurs, S. G. (2003). Applied statistics for the behavioral sciences (5th ed.). Houghton Mifflin.

Katz, R. L. (2009). Skills of an effective administrator. Harvard Business Review.

Nikolova, N., & Devinney, T. (2012). The nature of client–consultant interaction: A critical review. In M. Kipping & T. Clark (Eds.), The Oxford handbook of management consulting (pp. 389–409). Oxford University Press. https://doi.org/10.1093/oxfordhb/9780199235049.013.0019

Stufflebeam, D. L., & Shinkfield, A. J. (2007). Evaluation theory, models and applications. Jossey-Bass.

Waterman, P. (2004). Adventures of emancipatory labour strategy as the new global movement challenges international unionism. Journal of World-Systems Research, 10(1), 217–253. https://doi.org/10.5195/jwsr.2004.315

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-03

รูปแบบการอ้างอิง

ปลื้มสืบกุล บ., เฉลยทรัพย์ ส., ผลพันธิน ศ., & ตั้งดำเนินสวัสดิ์ ส. (2026). สมรรถนะภาวะผู้นำที่ส่งเสริมความสามารถของที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร. วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัยสวนดุสิต, 22(2), 13–29. สืบค้น จาก https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SDUGSAJ/article/view/1210

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย