รูปแบบการแก้ปัญหาการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ส่งผลต่อเหตุความไม่สงบ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
การเคลื่อนไหวทางการเมือง, ความไม่สงบ, การแก้ไขความขัดแย้งบทคัดย่อ
งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบท และปัญหาของการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ส่งผลต่อเหตุความไม่สงบในกรุงเทพมหานคร 2) สำรวจวิธีการ และแนวทางแก้ปัญหาเพื่อจัดการกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว และ 3) พัฒนารูปแบบการแก้ไขปัญหาการเคลื่อนไหวทางการเมืองในกรุงเทพฯ โดยกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยประชาชนในเขตกรุงเทพฯ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 17 ราย ที่คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง และการสนทนากลุ่มกับผู้เข้าร่วม 10 คน ซึ่งรวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นักวิชาการด้านการเมือง ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่รัฐ ผลการวิจัย พบว่า 1) การเคลื่อนไหวทางการเมืองในกรุงเทพฯ เกิดจากความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล โดยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ (1) ความเหลื่อมล้ำทางสังคมจากความแตกต่างในด้านการศึกษา รายได้ และการเข้าถึงบริการ (2) การขาดความโปร่งใสในการบริหารงาน ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น และมองว่าการตัดสินใจไม่ยุติธรรม (3) การใช้อำนาจเกินขอบเขต เช่น การสลายการชุมนุม หรือการจับกุม และ (4) บทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการเมือง และเศรษฐกิจที่มักถูกเลือกเป็นพื้นที่ชุมนุม ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ความไม่สงบ 2) แนวทางแก้ไขปัญหาที่สำคัญ ได้แก่ (1) การสร้างพื้นที่สำหรับการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ระหว่างผู้ชุมนุม และรัฐบาล (2) ลดการใช้ความรุนแรงผ่านการสื่อสารเชิงบวก และการเจรจา (3) ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองเพื่อเพิ่มความโปร่งใส และส่งเสริมความยุติธรรม และ (4) ทบทวนบทบาทของสื่อในการรายงานข่าวอย่างเป็นกลาง 3) รูปแบบ PEACE Model ที่นำเสนอเน้น 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การมีส่วนร่วม (Participation) (2) ความเท่าเทียม (Equity) (3) ความรับผิดชอบ (Accountability) (4) ความร่วมมือ (Collaboration) และ (5) การเสริมพลัง (Empowerment) เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐ และประชาชน ลดความตึงเครียดในสังคม และส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กุลขณิษฐ์ อดิรุจโชติสิริ. (2563). พลวัตประชาธิปไตยยุคเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของไทยภายใต้รัฐประหาร 2557. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 5(8), 1–15.
ณัฐฐาพร สุโพธิ์, เพชรรัตน์ โนจา, และกฤตพร ศักดิ์คงนันทกุล. (2564). กระบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนในยุคดิจิตอล. วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 2(1), 12–23.
ติณณภพ เตียวเจริญกิจ, และอุนิษา เลิศโตมรสกุล. (2567). การสิ้นศรัทธาของคนรุ่นใหม่กับผลต่อกระทบต่อโครงสร้างทางการเมืองและสังคม กรณีศึกษาการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยและประเทศจีน. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และการบริหารสังคม, 32(2), 323–357.
ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร. (2560). การวิจัยเอกสารในฐานะเครื่องมือการศึกษาเชิงวิวาทวิทยาและสื่อสารการแสดง. สืบค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2567 จาก https://scn.ncath.org/articles/documentary-research-in-sppa-studies
พรเทพ โฆษิตวราวุฒิ. (2565). ความขัดแย้งทางการเมืองกับการพัฒนาทางการเมือง. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(2), 755–766.
พระมหาสมศักดิ์ สติสมฺปนฺโน (สินนา), พระครูอนุกูลปริยัติการ (สุรเวช เกชิต), และพระมหาชลภัทร ชลภทฺโท (จันทะวิลัย). (2067). การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองภาคพลเมือง. วารสารวิชาการสังคมศาสตร์สมัยใหม่, 1(5), 26–35.
พีระพงค์ สุจริตพันธ, และวายุภักษ์ ทาบุญมา. (2566). การสื่อสารทางการเมืองของรัฐบาล : กระบวนการสื่อสารและปัญหาการสื่อสารทางการเมืองผ่านสื่อใหม่ (NEW MEDIA)ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา. Journal of Modern Learning Development, 8(5), 305–319.
มนัสวิน จิตตานนท์. (2567). ปัจจัยและการแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนไทย ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.). วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, 18(2), 201–209.
วรรักษณ์ โพธิ์ทอง, สาวิตรี สอดศรี, สุดารัตน์ เพ็ชรดี, และพัชรมน โตสุรัตน์. (2564). การเปรียบเทียบแนวคิดทางการเมือง การเคลื่อนไหวทางการเมืองและข้อเรียกร้องของนักศึกษา และปัญญาชน: กรณีศึกษาเปรียบเทียบเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และพฤษภาทมิฬ 2535. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(12), 107–119.
สัณฐาน ชยนนท์. (2558). ภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชาการตำรวจนครบาลต่อการจัดการแก้ไขความไม่สงบ อันเนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤติทางการเมืองในช่วง พ.ศ. 2548-2555. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สิโรธร มีปราชญ์สม, สุภาภรณ์ ศรีดี, และวิทยาธร ท่อแก้ว. (2564). การสื่อสารในขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในรูปแบบแฟลชม็อบของนักศึกษา. วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต คณะนวัตกรรมการสื่อสารทางการเมืองและการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สิทธิพันธ์ พุทธหุน. (2563). การใช้ความรุนแรงทางการเมือง. วารสารรามคำแหง ฉบับรัฐประศาสนศาสตร์, 3(1), 180–197.
อนุศร หงษ์ขุนทด. (2559). Social Movement “การเคลื่อนไหวทางสังคม”. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2568 จาก: http://krukob.com/web/social-movement.
อรญา อนุกูล, และพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2567). การวิเคราะห์วาทกรรมเชิงวิพากษ์ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน พ.ศ. 2563. วารสารพัฒนาสังคม, 26(2), 39–63.
แอมเนสตี้. (2560). Social Movement คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2568 จาก https://www.amnesty.or.th/latest/blog/47
ilaw. (2565). การชุมนุมปี 2563 พริบตาแห่งความเปลี่ยนแปลง: พลังก่อตัวจากไหน มีพัฒนาการอย่างไร เราเจออะไรมาบ้าง. สืบค้นเมื่อ 15 พฤษจิกายน 2567 จาก https://www.ilaw.or.th/articles/10090.
Boyd, D. M. & Ellison, N. B. (2007). Social Network Sites: Definition, History, and Scholarship. Journal of Computer-Mediated Communication, 13(1), 210-230.
Braun, V. & Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research In Psychology, 3(2), 77–101.
Busetto, L., Wick , W., & Gumbinger , C. (2020). How to use and Assess Qualitative Research Methods. Neurological Research and Practice, 2(14), 1–10.
Dey, S. K. & Dey, S. (2024). Identity, Social Media and Online Political Activism. SSRN Electronic Journal. 1–34. http://dx.doi.org/10.2139/ssrn.4703365
Gopal, I. (2023). Political Activism and Social Media. Dissertation. Political Science (PHD) Pennstate University.
Gultang, J. (1969). Violence, Peace, and Peace Research. Journal of Peace Research, 6(3), 167–191.
Hajli, N. (2014). A study of the Impact of Social Media on Consumers. International Journal of Market Research, 56(3), 226-243.
Morgan, D. L. (1997). Focus Groups as Qualitative Research. LA, USA: Sage Publications.
Pleyers, G. (2023). For a Global Sociology of Social Movements Beyond Methodological Globalism and Extractivism. Globalizations, 21(1), 183–195. https://doi.org/10.1080/14747731.2023.2173866
Tufekci, Z. (2017). Twitter and Tear Gas The Power and Fragility of Networked Protest. London: Yale University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัยสวนดุสิต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.