ความพึงพอใจต่อการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนการสอนปฏิบัติการทางการพยาบาลในยุคดิจิทัลของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาเขตปัตตานี

ผู้แต่ง

  • อนุพนธ์ อุมา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี 94000
  • มนัสมีน เจะโนะ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี 94000
  • นิซูไรดา นิมุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี 94000

คำสำคัญ:

สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน; สื่อดิจิทัล; ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน; การศึกษาพยาบาล; การเรียนการสอน; ห้องปฏิบัติการพยาบาล; สื่อเทคโนโลยี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองควบคู่การวิจัยเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดสิ่งแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนในห้องปฏิบัติการพยาบาลยุคดิจิทัล และ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาคปฏิบัติการพยาบาลระหว่างกลุ่มที่เรียนด้วยรูปแบบการสอนแบบดั้งเดิมกับกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลร่วมด้วย กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาเทคนิคทางการพยาบาล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบวัดระดับความพึงพอใจต่อสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ และคะแนนสอบปฏิบัติการพยาบาล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติทดสอบที (Independent Samples t-test) ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษามีความพึงพอใจต่อสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลโดยรวมอยู่ในระดับสูง (x̄ = 4.25, S.D. = 0.58) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจสูงสุดคือ ความสอดคล้องของสื่อเทคโนโลยี (ร้อยละ 78.00) รองลงมาคือ ความเหมาะสมของสิ่งแวดล้อม (ร้อยละ 77.76), ความเหมาะสมของการใช้เทคโนโลยีร่วม (ร้อยละ 77.61) คุณค่าและประโยชน์ของเทคโนโลยี (ร้อยละ 76.53) และความสะดวกในการใช้เทคโนโลยี (ร้อยละ 75.86) ตามลำดับ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่ากลุ่มนักศึกษาที่เรียนด้วยรูปแบบการสอนในห้องปฏิบัติการเพียงอย่างเดียว มีคะแนนเฉลี่ย 32.85 คะแนน (S.D. = 2.62) ในขณะที่กลุ่มนักศึกษาที่เรียนร่วมกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คือ 36.24 คะแนน (S.D. = 1.25) ชี้ให้เห็นว่าการจัดสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรการเรียนรู้ที่เอื้ออำนวยในยุคดิจิทัล ไม่เพียงแต่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้เรียน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ช่วยให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้และทบทวนทักษะได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความชำนาญและความเชี่ยวชาญในวิชาชีพการพยาบาล

เอกสารอ้างอิง

ธัญญ์ฐิตา วงษ์เคี่ยม และ พาสนา จุลรัตน์. (2561). ผลของการใช้โปรแกรม Model–Eliciting Activities เพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารการวัดผลการศึกษา, 37(101), 202-215.

ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2563). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล. สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สีขาว เชื้อปรุง, กนลา ชาญวิรัตน์, ปาริชาติ แซ่ว่อง และ ประชาสันต์ แว่นไธสง. (2564). นวัตกรรมการออกแบบแผนงานการจัดการเรียนการสอนภาคสนามออนไลน์ของรายวิชาชนบทศึกษาทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19. วารสารราชพฤกษ์, 19(1), 12-20.

สุขมิตร กอมณี. (2564). โมเดลการจัดกระบวนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านคนและสังคมสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยบูรพา. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 4(11), 20-37.

สุชาดา วงศ์สวาสดิ์ และ สุชาฎา คล้ายมณ (2566). ความพึงพอใจต่อการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 7(1), 45-59.

เอกชัย พุทธสอน และ สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล. (2565). การศึกษาพยาบาลแห่งอนาคตในยุคพลิกโฉมจากสถานการณ์การแพร่ระบาด โคโรนาไวรัส 2019. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท., 4(2), e2760.

Durham, C. F., & Alden, K. R. (2008). Enhancing patient safety in nursing education through patient simulation. In Hughes R. G. (Ed.). Patient safety and quality: An evidence-based handbook for nurses. Maryland: Agency for Healthcare Research and Quality (US).

Fraser, B. J. (2012). Classroom learning environments: Retrospect, context and prospect education (pp. 1191-1239). In Fraser, B. J., Tobin, K., & McRobbie, C. J. (Eds.). Second International Handbook of Science. London: Springer.

Kim, J., Park, J. H., & Shin, S. (2016). Effectiveness of simulation-based nursing education depending on fidelity: A meta-analysis. BMC Medical Education, 16(1), 1-8.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

09-09-2026

รูปแบบการอ้างอิง

อุมา อ., เจะโนะ ม., & นิมุ น. (2026). ความพึงพอใจต่อการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนการสอนปฏิบัติการทางการพยาบาลในยุคดิจิทัลของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาเขตปัตตานี. วารสารวิชาการ ปขมท., 15(3), e2488. สืบค้น จาก https://so19.tci-thaijo.org/index.php/CUASTJournal/article/view/2488

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย

หมวดหมู่