การวิเคราะห์ประโยชน์จากการพัฒนาวิธีการเก็บข้อมูลค่าการเปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุด อย่างมีนัยสำคัญ ในการตรวจวัดองค์ประกอบร่างกาย จากแนวคิด หนึ่งกิจกรรม สองคุณประโยชน์
คำสำคัญ:
ค่าการเปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ, ค่าความแม่นยำในการจัดท่า, องค์ประกอบร่างกาย, มวลกล้ามเนื้อ, มวลไขมันบทคัดย่อ
การเก็บข้อมูลในการวิเคราะห์หาค่าการเปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุดอย่างมีนัยสำคัญโดยขอความร่วมมือจากบุคลากร วัตถุประสงค์ เพื่อลดระยะเวลาในการเก็บข้อมูล และเพื่อให้บุคลากรทราบสภาวะสุขภาพด้านมวลไขมันและมวลกล้ามเนื้อของตนเอง โครงการนี้ดำเนินกิจกรรมแบบคู่ขนานคือ การเก็บข้อมูลเพื่อหาค่าความแม่นยำในการจัดท่าของนักรังสีการแพทย์สำหรับการตรวจวัดองค์ประกอบร่างกาย และการตรวจวัดองค์ประกอบร่างกายให้กับบุคลากรของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พบว่าสามารถลดระยะเวลาการเก็บข้อมูล จากที่คาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 เดือนเหลือเพียง 3 เดือน ซึ่งช่วยให้แพทย์ใช้ประกอบในการแปลผลและพิจารณาการดูแลรักษาผู้ป่วยได้เร็วขึ้น ด้านประโยชน์ต่อบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 90 ราย อายุเฉลี่ยของบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการคือ 42 (9.2) ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 82.2 ผลการตรวจพบว่า บุคลากรมีโรคอ้วนร้อยละ 8.33, มีมวลกล้ามเนื้อต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 16.7, และบุคลากรมีประวัติไม่ได้ออกกำลังกายร้อยละ 48.8 หลังจากที่บุคลากรได้รับทราบผลการตรวจองค์ประกอบร่างกายและได้รับคำแนะนำจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและการออกกำลังกายของโครงการแล้ว พบว่าบุคลากรมีแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพอยู่ในระดับ มาก โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.1 (0.3) คะแนน และรู้สึกภาคภูมิใจที่ตนเองได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการบริการที่ดีสำหรับผู้ป่วยอยู่ในระดับ มาก โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.0 (0.3) คะแนน ผลการประเมินประโยชน์ของกิจกรรมในมุมมองของบุคลากรที่เข้าร่วมโครงการ อยู่ในระดับ มาก โดยมีคะแนนเฉลี่ย 4.0 (0.3) คะแนน สรุป การจัดกิจกรรมคู่ขนานในรูปแบบหนึ่งกิจกรรม สองคุณประโยชน์ นอกจากจะช่วยให้นักรังสีการแพทย์สามารถลดระยะเวลาในการเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ค่า LSC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังช่วยสร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพของบุคลากรในหน่วยงาน
เอกสารอ้างอิง
Baim, S., Wilson, C. R., Lewiecki, M. E., Luckey, M. M., Downs, R. W., & Lentle, B. C. 2005. Precision assessment and radiation safety for dual-energy X-ray absorptiometry: position paper of the International Society for Clinical Densitometry. Journal of Clinical Densitometry, 8(4), 371–378.
Bonnick, S. L., & Lewis, L. A. (2013). Bone densitometry for technologists (3rd ed.). Springer.
Carey, J. J., & Delaney, M. F. (2017). Utility of DXA for monitoring, technical aspects of DXA BMD measurement and precision testing. Bone, 104, 44–53.
Kim, H. S., & Yang, S. O. (2014). Quality control of DXA system and precision test of radio-technologists. Journal of Bone Metabolism, 21(1), 2–7.
International Atomic Energy Agency. (2010). Dual energy X-ray absorptiometry for bone mineral density and body composition assessment. https://www-pub.iaea.org/MTCD/Publications/PDF/Pub1479_web.pdf
International Society for Clinical Densitometry. (2019). Official adult positions. https://iscd.org/official-positions-2023/
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ ปขมท.

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


