ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพองค์กรและความผูกพันในงาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ผู้แต่ง

  • ดนัย คงอยู่ ส่วนทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพมหานคร 10110

คำสำคัญ:

สุขภาพองค์กร, ความผูกพันในงาน, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

บทคัดย่อ

สุขภาพขององค์กรที่ดีอาจนำไปสู่ความผูกพันในงานและผลลัพธ์การทำงานที่มีประสิทธิภาพทั้งในระดับบุคคลและองค์กร ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาระดับสุขภาพองค์กรและระดับความผูกพันในงานของบุคลากรมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ (2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพองค์กรและความผูกพันในงาน ของบุคลากรมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยกลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวน 380 คน ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย ใช้เครื่องมือเป็นแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา ด้วยเทคนิคการคำนวณหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน มีค่าระหว่าง 0.67 ถึง 1.00 และตรวจสอบความเชื่อมั่น โดยทั้งฉบับมีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.966 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า สุขภาพองค์กรในภาพรวมอยู่ในระดับสูง (= 3.92, S.D. = 0.88) โดยมิติที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ การมีขวัญและกำลังใจ (morale) รองลงมาคือ การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม (resource utilization) ส่วนมิติที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา (problem solving adequacy) ด้านความผูกพันในงานในภาพรวมอยู่ในระดับสูงเช่นกัน (x̄ = 4.23, S.D. = 0.85) โดยมิติที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ความเต็มใจอุทิศตนให้กับงาน (dedication) ทั้งนี้ พบว่าสุขภาพองค์กรมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงกับความผูกพันในงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.711, p < 0.001) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า สุขภาพองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระดับความผูกพันในงานของบุคลากร ทั้งนี้ การส่งเสริมสุขภาพองค์กรในหลากหลายมิติที่ส่งผลต่อความผูกพันในงาน เช่น การให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจของบุคลากร ซึ่งเป็นมิติที่มีความสัมพันธ์สูงที่สุด โดยกำหนดให้เป็นนโยบาย เช่น การจัดสวัสดิการที่ครอบคลุมและเหมาะสม การยอมรับในผลงาน และการชมเชย จะช่วยส่งเสริมความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและจูงใจบุคลากรให้เกิดความผูกพันในงาน ในขณะเดียวกันควรดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การแก้ไขปัญหาและการปรับตัวอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาระดับองค์กร อีกทั้งการมีทรัพยากรที่เหมาะสม เสริมสร้างความร่วมมือและความสามัคคี จะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความผูกพันในงานของบุคลากรอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายภายในมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

เอกสารอ้างอิง

จิราวัฒน์ ไทยประเสริฐ. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพองค์การ ความสุขในการทำงาน และความผูกพัน

ในงาน: กรณีศึกษาพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2016/TU_2016_5306035139_7098_5203.pdf

ปรีญาพร สันติวานิช, ปุณสิตา พุทธกุลสมศิริ, มณฑิตา ศรีนคร, และ จุฑามาศ ทวีไพบูลย์วงษ์. (2565). อิทธิพลของความสอดคล้องระหว่างบุคคลกับองค์การ และการรับรู้การสนับสนุนจากองค์การที่มีต่อความยึดมั่นผูกพัน

ในงานของบุคลากรมหาวิทยาลัย. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 1(1), 80-94.

พสุ เดชะรินทร์. (2557). สุขภาพขององค์กร. https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/107380

ส่วนทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (2566). แผนแม่บททรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระยะ 5 ปี พุทธศักราช 2566 - 2570. https://hr.op.swu.ac.th/E-book/HR-Master-Plan-66-70

ส่วนแผนและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (2565). แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (พ.ศ. 2565 - 2580). https://www.swu.ac.th/pdf/infomation/plan/strategy20.pdf

สุรศักดิ์ เจริญผล. (2558). สุขภาพองค์การของโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มหามงคล [การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/handle/123456789/97

Bakker, A. B., Hakanen, J. J., Demerouti, E., & Xanthopoulou, D. (2007). Job resources boost work engagement, particularly when job demands are high. Journal of Educational Psychology, 99(2), 274–284. https://doi.org/10.1037/0022-0663.99.2.274

Hoy, W. K., & Feldman, J. (1987). Organizational health: The concept and its measure. Journal of Research and Development in Education, 20, 30-37.

Kahn, W. A. (1990). Psychological conditions of personal engagement and disengagement at work. Academy of Management Journal, 33(4), 692-724.

Miles, M. B. (1973). Planned change and organizational health: Figure and ground. Allyn and Bacon.

Owens, R. G. (1991). Organizational behavior in education. Prentice-Hall.

Schaufeli, W. B., & Bakker, A. B. (2004). Job demand, job resources, and their relationship with burnout and engagement: A multi-sample study. Journal of Organizational Behavior, 25, 293-315.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

04-07-2026

รูปแบบการอ้างอิง

คงอยู่ ด. (2026). ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพองค์กรและความผูกพันในงาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วารสารวิชาการ ปขมท., 15(2), e2220. สืบค้น จาก https://so19.tci-thaijo.org/index.php/CUASTJournal/article/view/2220