ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดความเครียด พฤติกรรมการจัดการความเครียดในยุคความปกติใหม่ ของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
คำสำคัญ:
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดความเครียด, พฤติกรรมการจัดการความเครียด, ยุคความปกติใหม่, ความเครียดบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดความเครียด, พฤติกรรมการจัดการความเครียด และระดับความเครียดเปรียบเทียบกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ในยุคความปกติใหม่ ของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ คือ นิสิตระดับปริญญาตรี ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1/2567 คัดเลือกตามระดับชั้นอย่างเป็นสัดส่วน จำนวน 437 คน ใช้วิธีการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ผ่านการแสกน QR code ที่แจกให้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS สถิติที่ใช้ ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ส่วนที่ 2 การวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงตัวต่อตัว จำนวน 20 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการตีความสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย ผลการวิจัย พบว่า 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียด ได้แก่ ปัจจัยด้านครอบครัว : เมื่อต้องสูญเสียบุคคลสำคัญในครอบครัว (x̄ = 4.17, S.D. = .968) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ : สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพงมากขึ้น (x̄ = 3.11, S.D. = .986) และปัจจัยด้านการเรียน : ผลการเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ (x̄ = 3.01, S.D. = .997) ตามลำดับ 2) พฤติกรรมการจัดการความเครียดที่นิยมปฏิบัติและช่วยลดความเครียดมากที่สุดคือ การทำกิจกรรมสร้างความบันเทิง ร้อยละ 99.8 (x̄ = 4.24 , S.D. = .991) รองลงมาคือ นอนหลับ อยู่บ้านทำกิจกรรมต่าง ๆ กับครอบครัว (x̄ = 4.10 , S.D. = .972) และพักผ่อนหย่อนใจตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ (x̄ = 4.04 , S.D. = .988) ตามลำดับ 3) กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 54.92 มีความเครียดอยู่ในระดับสูง เหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเครียดมากที่สุด คือ ไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ (x̄ = 3.41, S.D. = .976) โดย อายุ และชั้นปี (R = .163, R Square = 26.00%) กับปัจจัยด้านครอบครัว ด้านสุขภาพ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสัมพันธภาพ และด้านการเรียน (R = .606, R Square = 36.70%) ส่งผลทางบวกกับระดับความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ส่วนพฤติกรรมการจัดการความเครียดส่งผลทางบวกต่อระดับความเครียดอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ข้อเสนอแนะ ควรนำปัจจัยด้านครอบครัว ด้านเศรษฐกิจ และด้านการเรียน ไปใช้ในการทำแบบทดสอบคัดกรองภาวะเครียดของนิสิตอย่างสม่ำเสมอ สำหรับการแก้ไขปัญหาความเครียดในเบื้องต้น ควรจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริมการเรียน สร้างความบันเทิง สนับสนุนด้านเศรษฐกิจ และส่งเสริมสุขภาพ เพื่อช่วยลดความเครียดให้กับนิสิตต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กัญจนา พฤกษ์ศิริวรรณ, และ ดาวลอย กาญจนมณีเสถียร. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของนักศึกษาชั้นปี 4 คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยศิลปากรในการเรียนออนไลน์ ในสถานการณ์ โควิด-19. [เอกสารที่ไม่มีการตีพิมพ์]. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจทั่วไป คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
จิรภัทร รวัทรกุล. (2565). เรียนแล้วเครียด จัดการกับความเครียดอย่างไรดี. https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/coping-academic-stress/
จิริสุดา สินธุศิริ, ปทิตตา สงวนสุข, และ นริศรา ชัยเชียงพิณ. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความเครียดของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 คณะสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 10(1), 207-215.
ณัฏฐพิชชา คุณสันติพงษ์, เสาวลักษณ์ จันทเสน, อภิญญา จวงไธสง, นันท์นภัส ชัชวาล, จันทรพร มีทองแสน, และ แสงฉาย มุ่ยปอง.(2563). การศึกษาปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดในนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มหาวิทยาลัยในเขตภาคตะวันออก. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 3(3), 52-63.
ดลณชา อิสริยภานันท์, และ นวลใย พิษชาติ. (2564). ความเครียดและการจัดการความเครียดของนักศึกษาใหม่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยชินวัตร. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 29(3), 371-378.
ทศา ชัยวรรณวรรต, และ สุจิตรา กฤติยาวรรณ. (2562). พยาบาลกับการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตและจิตเวชชุมชน. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 33(2), 1-12.
พรพรรณ ศรีโสภา, และ ธนวรรณ อาษารัฐ. (2560). บทบาทพยาบาลในการป้องกันและจัดการความเครียด. บูรพาเวชสาร, 4(2), 79-92.
ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท. (2563). จุดเปลี่ยนสุขภาพ New Normal หลังวิกฤตโควิด-19. https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/new-normal-%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94
รุ่งทิวา พุขุนทด, ธีร์ กาญจนะ, พัชรี ยิ้มเจริญ, อภิญญา พุฒนอก, ณัฐสินี เต็มสระน้อย, อารียา ฉลาดดี, และ ชลาลัย หาญเจนลักษณ์.(2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับความเครียดของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 14(3), 115-125.
วิสุทธิ์ โนจิตต์, นภัสสร ยอดทองดี, วงเดือน เล็กสง่า, และปารวีร์ มั่นฟัก. (2563). ปัจจัยทำนายความเครียดและวิธีการจัดการความเครียดของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 10(1), 118–128.
ศิริเชษฐ์ สังขะมาน. (2565). เปิดข้อมูลสุขภาวะนิสิต นักศึกษา เครียดสะสมเสี่ยงรอบด้าน กระตุ้นจิตตก. https://www.posttoday.com/lifestyle/688135
สิรินิตย์ พรรณหาญ, บุญมี พันธุ์ไทย, และ กมลทิพย์ ศรีหาเศษ. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดในการเรียนของนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4 – 6 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ), 11(3), 2579-2593.
สุพรทิพย์ พูพะเนียด. (2556). ภาวะสุขภาพจิตของนิสิตปริญญาตรีคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน (รายงานผลการวิจัย). https://esd.kps.ku.ac.th/kuk-gallery/article_10/pdf/o_edu21.pdf
อัจฉรา ยศปัญญา, กนกวรรณ เหมือนพันธ์, และ สุวิมล แสนเวียงจันทร์. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในเขตกรุงเทพมหานคร (รายงานผลการวิจัย). https://publication.npru.ac.th/bitstream/123456789/1393/1/npru_138.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ ปขมท.

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


