การพัฒนาชุดการทดลองการอัดและคายประจุของตัวเก็บประจุไฟฟ้า และศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความก้าวหน้าทางการเรียนโดยใช้การเรียนรู้แบบใช้ทีมเป็นฐานและการเรียนรู้เชิงรุก
คำสำคัญ:
การอัดและคายประจุของตัวเก็บประจุไฟฟ้า, วิธีการสอนใช้ทีมเป็นฐาน, การเรียนรู้เชิงรุก, ทดสอบค่าที, ความก้าวหน้าทางการเรียนบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดการทดลองการอัดและคายประจุของตัวเก็บประจุไฟฟ้า ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 โครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โรงเรียน มอ. วิทยานุสรณ์ จำนวน 42 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ชุดการทดลองพร้อมกับคู่มือการทดลอง วิธีการสอนใช้ทีมเป็นฐานและการเรียนรู้เชิงรุก แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยค่าทางสถิติการทดสอบค่าที และวัดความก้าวหน้าทางการเรียนด้วย Normalized gain ผลการวิจัยพบว่า ชุดการทดลองที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้ศึกษาการอัดประจุโดยไม่ผ่านตัวต้านทานและศึกษาการคายประจุผ่านตัวต้านทาน คุณภาพของชุดการทดลองพิจารณาค่าคงที่เวลาจากการศึกษาการอัดประจุและการคายประจุในกรณี ตัวเก็บประจุไฟฟ้า 50,100 และ 200 ไมโครฟารัด มีค่ามีเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ ชุดการทดลองที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนที่เรียนด้วยชุดการทดลองโดยวิธีการสอนใช้ทีมเป็นฐานและการเรียนรู้เชิงรุก มีคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การวิเคราะห์ด้วยค่า Normalized gain พบว่าหลังเรียนนักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนที่เพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง <g>=0.30
การวิเคราะห์ด้วยค่า Normalized gain พบว่าหลังเรียนนักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนที่เพิ่มขึ้น ในระดับ ปานกลาง <g>=0.30เอกสารอ้างอิง
กิตติยา ประวัง และ กรีฑา แก้วคง. (2563). การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ผ่านการวิเคราะห์แทรกเกอร์วิดีโอเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงมโนมติเกี่ยวกับกราฟการเคลื่อนที่ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 43(1), 69-83.
จุราภรณ์ ปฐมวงษ์. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดสนทนาภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. Journal of Modern Learning Development, 7(4), 143-159.
ณญกร ดวงพระเกษ. (2564). การจัดการเรียนรู้ด้วยกันเป็นทีม (Team-based Learning) ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา สาขาวิชาพลศึกษา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี, 11(1), 94-103.
ปิยบุตร ทรัพย์สุคนธ์ และ ทัศนี ปัญจานนท์. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคกลุ่มแข่งขัน เรื่องโครงสร้างและหน้าที่ของพืชดอก ในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. งานประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจำปี 2562 (หน้า 727-737). สืบค้นจาก https://rsucon.rsu.ac.th/files/proceedings/nation2019/NA19-130.pdf
รัชนีวรรร ศิริ และ วิชชุดา สุขนุ้ย. (2567). การพัฒนาชุดการเรียนการสอนปฏิบัติการเรื่องความจุไฟฟ้าและสารไดอิเล็กทริก ใช้วิธีการสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง สำหรับโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. วารสารวิชาการ ปขมท, 13(2), 132-142.
วารินท์พรม ฟันเฟื่องฟู. (2562). การจัดการเรียนรู้ Active Learning ให้สำเร็จ. วารสารอไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์), 9(1), 135-145.
ศุภาพิชญ์ โฟน โบร์แมนน์, ศักดา ขำคม, สิริกร ขาวบุญมาศิริ, ปิยอร วจนะทินภัทร และ รัชดาภรณ์ ใจอ้าย. (2565). ผลของการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ทีมเป็นฐานต่อทักษะการคิดเชิงวิจารณญาณ การแก้ปัญหา และทัศนคติในการเรียนของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 32(2), 22-35.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ ปขมท.

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


