การศึกษาการนำระบบตรวจสอบสินค้าอันตรายอัตโนมัติมาใช้ในการรับสินค้าอันตรายของคลังสินค้าการบินไทย

ผู้แต่ง

  • phakphum phanratana สถาบันพัฒนาบุคลากรการบิน มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

คำสำคัญ:

สินค้าอันตราย, ระบบตรวจสอบสินค้าอันตรายอัตโนมัติ, การจัดการคลังสินค้าอากาศยาน, ความปลอดภัยการบิน, การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในการบิน

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การนําระบบตรวจสอบสินค้าอันตรายอัตโนมัติ (DG AUTO CHECK) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการรับสินค้าอันตราย (Dangerous Goods: DG) ทางอากาศของคลังสินค้า บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน วิธีการศึกษาใช้รูปแบบการศึกษาทบทวน วรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Literature Review) และการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Analysis) จากฐานข้อมูลวิชาการและรายงานอุตสาหกรรมการบินระหว่างปี พ.ศ. 2553–2568 ผลการศึกษาพบว่า ระบบดังกล่าวสามารถลดระยะเวลาการตรวจสอบเอกสารและป้ายกำกับสินค้าอันตรายได้อย่างมีนัยสําคัญ จากเดิม 15–25 นาที เหลือเพียง 5–8 นาทีต่อการขนส่งหนึ่งครั้ง (Shipment) ทั้งยังช่วยลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ในการตรวจสอบจากร้อยละ 3.2 เหลือ ร้อยละ 0.4 สอดคล้องกับข้อกําหนดกฎระเบียบสินค้าอันตรายของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA Dangerous Goods Regulations: IATA DGR) และข้อบังคับขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) อีกทั้งยังเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการรับสินค้าอันตรายเป็นแนวทางที่มีประสิทธิผลสูงและควรขยายผลการใช้งานไปยังสนามบินและคลังสินค้าของสายการบินอื่น

เอกสารอ้างอิง

บิสเนสเซ็ท, พ., อนันตศานต์, ส., & สุวรรณฉัตร, ธ. (2567). การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของระบบโลจิสติกส์

ท่าอากาศยานในประเทศไทยเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค. วารสารวิชาการเทคโนโลยี และนวัตกรรมโลจิสติกส์, 6(1), 45–58.

อิทธิพล ศิริวรรณ, ณัฐพล พงษ์พานิช, & วรวุฒิ นามศิริ. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

ในคลังสินค้าอากาศยาน: กรณีศึกษาสถานีขนส่งสินค้าทางอากาศท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ. วารสาร การจัดการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 9(2), 112–126.

Boysen, N., de Koster, R., & Füßler, D. (2019). The forgotten sons: Warehouse workers and warehouse automation. European Journal of Operational Research, 278(2), 359–379. https://doi.org/10.1016/j.ejor.2019.01.011

Civil Aviation Authority of Thailand. (2566). Khonokam kan khansong sinkha anrai thang akat

[Regulations on the transport of dangerous goods by air]. Civil Aviation Authority of Thailand.

Gu, J., Goetschalckx, M., & McGinnis, L. F. (2010). Research on warehouse design and performance evaluation: A comprehensive review. European Journal of Operational Research, 203(3), 539–549. https://doi.org/10.1016/j.ejor.2009.07.031

IATA. (2024). Dangerous goods regulations (65th ed.). International Air Transport Association.

ICAO. (2023). Annex 18 to the convention on international civil aviation: The safe transport of

dangerous goods by air (5th ed.). International Civil Aviation Organization.

Morrell, P. S., & Klein, T. (2018). Moving boxes by air: The economics of international air cargo

(2nd ed.). Routledge. https://doi.org/10.4324/9781315596211

Scholz, A., & Mayer, R. (2021). Digitalization of dangerous goods handling in air cargo: A

systematic review. Journal of Air Transport Management, 92, Article 102020. https://doi.org/10.1016/j.jairtraman.2021.102020

Thai Airways International. (2566). Raingan pracham pi 2566 [Annual report 2023]. Thai

Airways International Public Company Limited.

Warehousing Education and Research Council. (2022). Warehouse operations best practices.

WERC Publications.

Westerman, G., Bonnet, D., & McAfee, A. (2014). Leading digital: Turning technology into

business transformation. Harvard Business Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

phanratana, phakphum. (2026). การศึกษาการนำระบบตรวจสอบสินค้าอันตรายอัตโนมัติมาใช้ในการรับสินค้าอันตรายของคลังสินค้าการบินไทย . วารสารการจัดการอุตสาหกรรมการบิน, 4(1), 98–109. สืบค้น จาก https://so19.tci-thaijo.org/index.php/KBUJAM/article/view/3457

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ