ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหนื่อยล้าของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แนวทางการจัดการเชิงรุกภายใต้ข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ:
ความเหนื่อยล้าของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน, ระบบการจัดการความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า, การจำกัดเวลาปฏิบัติหน้าที่, วัฒนธรรมความปลอดภัย, ข้อกำหนดสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยบทคัดย่อ
นวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยเชิงรุก: วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหนื่อยล้าของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ภายใต้ข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหนื่อยล้าของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเน้นการวิเคราะห์ภายใต้กรอบข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (Thailand Civil Aviation Regulation: TCAR) ว่าด้วยการจำกัดเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ (Flight and Duty Time Limitations: FTL) การวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างกับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน
จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความเหนื่อยล้าประกอบด้วย ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ที่ยาวนาน (Flight Duty Period) การปฏิบัติงานในช่วงเวลาวิกฤต (Window of Circadian Low) ก่อเกิดการพักผ่อนที่ไม่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานและการเปลี่ยนกะงานที่รวดเร็ว (Quick Turnaround) ยังเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้คุณภาพการนอนหลับลดลง แม้ว่าชั่วโมงการปฏิบัติงานจะเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายก็ตาม แนวทางการจัดการความเหนื่อยล้าตามมาตรฐานของ TCAR ผ่านนวัตกรรมการจัดการความเสี่ยงจากจากความเหนื่อยล้า (Fatigue Risk Management System: FRMS) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการกำกับดูแลเชิงรับสู่การบริหารจัดการเชิงรุกด้วยฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการระบบ FRMS ร่วมกับการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย (Just Culture) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในการบินและยกระดับสุขภาวะของบุคลากรการบินได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในอุตสาหกรรมการบินยุคใหม่
คำสำคัญ: นวัตกรรมการจัดการความปลอดภัย, ความเหนื่อยล้า, ข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, ระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่, ระบบการจัดการความเสี่ยงจากความ เหนื่อยล้า
*ผู้ประพันธ์บรรณกิจ: อีเมล์: nuchareeya37379@gmail.com
เอกสารอ้างอิง
ชัยสิทธิ์ อุดมพานิช. (2561). วิทยาศาสตร์ของการนอนหลับและกลไกหนี้การนอน. วารสารการแพทย์และการสาธารณสุข, 7(2), 45-58.
ณัฐพงศ์ เกศยาราม. (2565). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัล: แนวคิดและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน). (2568). รายงานประจำปี 2567: การบริหารจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย. กรุงเทพฯ.
สถาบันเวชศาสตร์การบินกองทัพอากาศ. (2565). ความเหนื่อยล้าในบุคลากรการบิน: แนวทางการจัดการและความปลอดภัย. กรุงเทพฯ: กองทัพอากาศ.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.). (2563). แนวทางการพัฒนาข้าราชการตามโมเดลการเรียนรู้ 70:20:10. กรุงเทพฯ.
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2567). ข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการปฏิบัติการบิน (TCAR OPS). กรุงเทพฯ: กระทรวงคมนาคม.
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย. (2567). คู่มือการจัดการความเหนื่อยล้าสำหรับผู้ประกอบการเดินอากาศ (Fatigue Management Guide for Airline Operators). กรุงเทพฯ.
Akerstedt, T. (1995). Work hours, sleepiness and the underlying mechanisms. Journal of Sleep Research, 4(S2), 15-22. Retrieved April 19, 2026, from https://doi.org/10.1111/j.1365-2869.1995.tb00221.x
Carskadon, M. A., & Dement, W. C. (2011). Monitoring and staging human sleep. In M. H. Kryger, T. Roth, & W. C. Dement (Eds.), Principles and practice of sleep medicine (5th ed., pp. 16-26). Elsevier Saunders.
Czeisler, C. A., & Gooley, J. J. (2007). Sleep and circadian rhythms in humans. Cold Spring Harbor Symposia on Quantitative Biology, 72, 579-597.
Dement, W. C. (1997). The sleepwatchers: Educational opportunities in sleep medicine. Journal of Psychosomatic Research, 42(6), 513-521. Retrieved April 25, 2026, from https://doi.org/10.1016/S0022-3999(97)00001-2
Dement, W. C., & Vaughan, C. (1999). The promise of sleep: A pioneer in sleep medicine explores the vital connection between health, happiness, and a good night's sleep. Delacorte Press.
IATA, ICAO, & IFALPA. (2015). Fatigue Risk Management System (FRMS): Implementation guide for operators. Montreal, Canada: ICAO.
International Civil Aviation Organization. (2020). Manual for the oversight of fatigue management approaches (Doc 9966). Montreal, Canada: ICAO.
Lerman, S. E., Eskin, E., Flower, D. J., George, E. C., Gerson, B., Hartenbaum, N., ... & Moore-Ede, M. (2012). Fatigue risk management in the workplace. Journal of Occupational and Environmental Medicine, 54(2), 231-258.
Lombardo, M. M., & Eichinger, R. W. (1996). The career architect development planner. Minneapolis, MN: Lominger.
McCall, M. W., Lombardo, M. M., & Morrison, A. M. (1988). The lessons of experience: How successful executives develop on the job. Lexington, MA: Lexington Books.
Monk, T. H. (1986). The circadian rhythm in human performance. Handbook of Perception and Human Performance, 2, 1-41.
National Center for Biotechnology Information. (2021). Fatigue in Aviation: Safety Risks, Preventive Strategies and Implications. PMC. Retrieved April 25, 2026, from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC8451537/
Pikovit44. (2022). Circadian rhythm infographic poster: melatonin and cortisol [เวกเตอร์ภาพ]. Shutterstock. Retrieved April 25, 2026, from https://www.shutter stock.com/image‑vector/2164499951
ribkhan. (ปี 2026). 70/20/10 learning model infographic [เวกเตอร์ภาพ]. VectorStock. Retrieved April 25, 2026, from https://www.vectorstock.com/royalty‑free‑ vector/702010‑learning‑model‑ infographic‑vector‑61421478
Watkins, K. E., & Marsick, V. J. (1992). Towards a theory of informal and incidental learning in organizations. International Journal of Lifelong Education, 11(4), 287-300.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการอุตสาหกรรมการบิน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.