เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อกำหนดรายการตรวจสอบการส่งทุกข้อ ดังต่อไปนี้ และบทความอาจถูกส่งคืนให้กับผู้แต่งกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด

  • บทความเรื่องนี้ยังไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น (หากมีกรุณาอธิบายในข้อความถึงบรรณาธิการ)
  • บทความเตรียมในรูปแบบของไฟล์ Microsoft Word
  • มีการให้ URLs ที่เข้าถึงได้ สำหรับเอกสารที่อ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต
  • บทความพิมพ์แบบใช้ระยะห่างบรรทัดปกติ (single-spaced) ขนาดฟ้อนท์ตัวอักษร 16pt(ในภาษาไทย) และ 12 pt(ในภาษาอังกฤษ) ใช้ตัวเอนแทนการขีดเส้นใต้สำหรับสังกัดผู้แต่ง (ยกเว้น ที่อยู่ URL) และ ระบุข้อมูล รูปวาด รูปภาพ และตาราง ในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นตามข้อกำหนดของวารสาร
  • บทความเตรียมตามข้อกำหนด ทั้งในด้านของรูปแบบและการเขียนเอกสารอ้างอิง ตามคำแนะนำสำหรับผู้แต่ง (Author Guidelines)

คำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความ

          วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ (Chintasit Academic Journal) เป็นวารสารที่รับตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ โดยออกวารสารปีละ 4 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - มีนาคม, ฉบับที่ 2 ประจำเดือนเมษายน - มิถุนายน, ฉบับที่ 3 ประจำเดือนกรกฎาคม - กันยายน และฉบับที่ 4 ประจำเดือนตุลาคม - ธันวาคม ประเภทของผลงานทางวิชาการที่รับพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสารมี 2 ประเภท ได้แก่ บทความวิชาการ และบทความวิจัย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา ศึกษาศาสตร์  สังคมศาสตร์  รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์
          บทความที่ส่งเข้ามาจะได้รับประเมินคุณภาพทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง จํานวนอย่างน้อย 2 ท่าน โดยพิจารณาแบบปกปิดรายชื่อทั้งผู้เขียนบทความ ผู้พิจารณาบทความ และผู้เกี่ยวข้อง (double blind
review) นอกจากนี้บทความจะต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาจากที่อื่น หรือเป็นบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ใน
วารสารอื่น หรือตีพิมพ์ในเอกสารสืบเนื่องจากงานประชุมวิชาการ (proceeding) มาแล้ว

วิธีการจัดทำต้นฉบับ

  1. ชื่อเรื่อง  มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และกำหนดชื่อเรื่องอย่างย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อใช้เป็นหัวเรื่อง (Running heads)
  2. ชื่อผู้เขียน ระบุชื่อเต็มของผู้เขียน ทั้งชื่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  3. หน่วยงานของผู้เขียน ระบุชื่อหน่วยงาน จังหวัด รหัสไปรษณีย์ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  4. บทคัดย่อ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 350 คำ และระบุคำสำคัญ จำนวนไม่เกิน 5 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  5. คำนำ เรียบเรียงโดยแสดงถึงความสำคัญและที่มาของงานวิจัย ตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง และวัตถุประสงค์ของงานวิจัย
  6. อุปกรณ์และวิธีการ เรียบเรียงโดยแสดงวิธีการศึกษาตามขั้นตอน อธิบายหน่วยทดลองและแผนการทดลองที่ใช้ แสดงสมการเชิงสถิติพร้อมคำอธิบาย และระบุสถานที่ทดลองหรือสถานที่จัดเก็บตัวอย่างและข้อมูล
  7. ผลการทดลองและวิจารณ์ เรียบเรียงผลการทดลองและวิจารณ์ผลการทดลอง โดยแสดงภาพและตารางเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น และอ้างถึงภาพและตารางตามลำดับในเนื้อหา โดยใช้คำว่า Figure ในการอ้างอิงภาพและใช้คำว่า Table ในการอ้างอิงตาราง

        8. กิตติกรรมประกาศ อาจมีหรือไม่มีก็ได้ เรียบเรียงย่อหน้าเดียวแบบกระชับ ระบุแหล่งทุนวิจัย บุคคลและหน่วยงานที่ให้ความอนุเคราะห์หรือมีส่วนร่วมในงานวิจัย 

  1. เอกสารอ้างอิง เรียบเรียงเอกสารอ้างอิงโดยใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด ในกรณีเอกสารอ้างอิงเป็นภาษาไทย ให้ปรับเป็นภาษาอังกฤษและต่อท้ายเอกสารอ้างอิงนั้นด้วยคำว่า (in Thai) เรียงลำดับเอกสารอ้างอิงตามตัวอักษรของนามสกุลผู้แต่งคนแรก ทั้งนี้ ผู้แต่งต้องตรวจสอบจำนวนเอกสารอ้างอิงให้ตรงกับในเนื้อหา

วิธีการเขียนเอกสารอ้างอิง

  1. การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา

     ใช้นามสกุลของผู้แต่งคนแรก แล้วตามด้วยปี เช่น Keonouchanh (2002), Hanna and Riley (2014) และ Pantelic et al. (2011) เป็นต้น กรณีมีผู้เขียนหลายคน ให้เรียงตามปีจากน้อยไปมาก ถ้าเป็นปีเดียวกันเรียงตามตัวอักษร คั่นเอกสารด้วยเครื่องหมาย “;” เช่น (Schukken et al., 1994; Tummaruk et al., 2001) กรณีผู้เขียนคนเดียวกันหรือกลุ่มเดียวกัน ให้เรียงตามปี คั่นด้วยเครื่องหมาย “;” เช่น (Serenius and Stalder, 2004; 2007) กรณีผู้เขียนคนเดียวกันหรือกลุ่มเดียวกันในปีเดียวกัน ให้ใช้อักษรกำกับตามลำดับ คั่นด้วยเครื่องหมาย “;” เช่น (Department of Livestock Development, 2014a; 2014b)

  1. การเขียนอ้างอิงในส่วนเอกสารอ้างอิง

     ให้เรียงลำดับเอกสารอ้างอิงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษของนามสกุลของผู้แต่งคนแรก ตามด้วยคำย่อชื่อ และชื่อกลาง (ถ้ามี) ของผู้แต่ง หรือใช้ชื่อเต็มหน่วยงาน แล้วตามด้วยปีที่ตีพิมพ์ ให้ใช้ชื่อย่อวารสารตามคำแนะนำของ NCBI (http://www.ncbi.nlm.nih.gov/journals/) กรณีที่ใช้เอกสารอ้างอิงเป็นภาษาไทย ให้ปรับเป็นภาษาอังกฤษและต่อท้ายเอกสารอ้างอิงนั้นด้วยคำว่า (in Thai) และกำหนดให้รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงแต่ละประเภท ดังนี้

(หนังสือ/ตำรา)

Mauseth, J.D.  2014.  Botany: An Introduction to Plant Biology. 5th edition.  Jones & Bartlett Learning, MA, USA. 696 pp.

(บทความในวารสารวิชาการ)

Hanna, L.L.H. and D.G. Riley.  2014.  Mapping genomic markers  to closest feature using the R package Map2NCBI.  Livest. Sci. 162: 59 – 65.

Pantelic, V., L. Sretenovic, D. Ostojic-Andric, S. Trivunovic, M. M. Petrovic, S. Alevica and D. Ruzic-Muslic.  2011.  Heritability and genetic correlation of production and reproduction traits of Simmental cows. Afr. J. Biotechnol. 10: 7117 – 7121.

(บทความในเอกสารการประชุมวิชาการ)

Rushunju, B.G., P. Jitareerat, M. Buanong, V. Srilaong and A. Uthairatanakij.  2016.  The effect of UV-B treatment on physicochemical and sensory quality of king oyster mushroom (Pleurotus eryngii) during cold storage. In Proc. the 54th Kasetsart University Annual Conference, 2 – 5 February 2016.  p. 1141. (in Thai)

(วิทยานิพนธ์)

Keonouchanh, S.  2002. Genetic Analysis of Sows Longevity and Lifetime Productivity in Two Purebred Swine Herds. MS Thesis, Chulalongkorn University, Bangkok. (in Thai)

(บทความในเว็ปไซต์)

VanRaden, P.M.  2011.  Findhap.f90.  Available Source:                        http://aipl.arsusda.gov/software/findhap, September 26, 2014.