https://so19.tci-thaijo.org/index.php/Chintasit/issue/feed วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ (online) 2025-02-24T16:09:51+07:00 Pharamaha Aphipong Khamhongsa Dr. chintasit.journal@gmail.com Open Journal Systems <p><strong>วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ (Online)</strong></p> <p>ISSN: 3057-0956 </p> <p><strong>วารสารมีนโยบายรับตีพิมพ์บทความ</strong>: <br />ด้านพระพุทธศาสนา ปรัชญา ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ นักวิจัย นักวิชาการ ครู อาจารย์ นิสิต นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป</p> <p><strong><span style="vertical-align: inherit;">บรรณาธิการ : </span></strong><strong><span style="font-size: 0.875rem;"><span style="vertical-align: inherit;">พระมหาอภิพงค์ คำหงษา, ดร. </span></span></strong></p> <p><strong><span style="vertical-align: inherit;">กองบรรณาธิการ</span></strong></p> <p><span style="vertical-align: inherit;">ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ประธานคณะมนตรีปฏิรูปการศึกษาภาคประชาชน<br /></span><span style="vertical-align: inherit;">รองศาสตราจารย์ ดร. สมชัย ศรีนอก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย<br /></span><span style="vertical-align: inherit;">รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรศักดิ์ อุปไมยอธิชัย มหาวิทยาลัยนเรศวร<br /></span><span style="vertical-align: inherit;">รองศาสตราจารย์ ดร.พชรวิทย์ จันทร์ศิริสิร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม<br /></span><span style="vertical-align: inherit;">ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หอมหวล บัวระภา มหาวิทยาลัยขอนแก่น<br /></span><span style="vertical-align: inherit;">ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประยุทธ ชูสอน มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</span></p> <p><strong>กำหนดออก</strong> : 4 ฉบับต่อปี <br />ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม<br />ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน<br />ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน และ<br />ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม</p> <p><strong>เงื่อนไขการตีพิมพ์</strong></p> <p>บทความแต่ละบทความจะได้รับการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิก่อนตีพิมพ์ (Peer Review) โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องและมีความหลากหลายจากแต่ละสถาบัน จำนวนอย่างน้อย 2 ท่าน ทั้งนี้ ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความและผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blind Peer Review) อย่างไรก็ตาม บทความที่ผ่านการประเมินแล้วจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์</p> <p><strong>รับตีพิมพ์บทความทั้ง บทความภาษาไทย และบทความภาษาอังกฤษ</strong></p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ : ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</strong></p> <p><strong>การติดต่อประสานงานและส่งบทความเผยแพร่ :</strong></p> <p>1. สอบถามรายละเอียดเบื้องต้น เช่น รอบการเผยแพร่ หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ เป็นต้น โทร. 0896224068<br />2. Click คำแนะนำสำหรับผู้เขียน<br />3. เทมเพลทบทความวิจัย<br />4. เทมเพลทบทความวิชาการ<br />5. ลงทะเบียนวารสารและส่งบทความในวารสาร<br />6. แบบขอส่งบทความตีพิมพ์<br />7. Click ลงทะเบียนส่งบทความ<br />8. สแกนไลน์กลุ่มวารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ เพื่อการติดต่อประสานงานเผยแพร่บทความ</p> https://so19.tci-thaijo.org/index.php/Chintasit/article/view/1510 การศึกษาแนวคิดทศพิธราชธรรมกับการพัฒนาภาวะผู้นำในสังคมปัจจุบัน 2025-02-23T12:46:45+07:00 พระครูสุมนธรรมนาถ เติมใจ จันดาหาร termjai@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดทศพิธราชธรรมในพระพุทธศาสนา วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหลักทศพิธราชธรรมกับการพัฒนาภาวะผู้นำ และนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้หลักทศพิธราชธรรมในการพัฒนาภาวะผู้นำในสังคมปัจจุบัน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร ผลการศึกษาพบว่า หลักทศพิธราชธรรมเป็นธรรมะ 10 ประการสำหรับผู้นำที่ปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ประกอบด้วย ทาน (การให้) ศีล (ความประพฤติดีงาม) บริจาค (การเสียสละ) อาชชวะ (ความซื่อตรง) มัททวะ (ความอ่อนโยน) ตบะ (ความเพียร) อักโกธะ (ความไม่โกรธ) อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน) ขันติ (ความอดทน) และอวิโรธนะ (ความไม่คลาดจากธรรม) ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับการพัฒนาภาวะผู้นำในมิติต่างๆ ทั้งด้านคุณธรรมจริยธรรม การบริหารจัดการ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในการประยุกต์ใช้หลักทศพิธราชธรรมเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำสามารถดำเนินการได้ใน 3 ระดับ คือ ระดับปัจเจกบุคคล ระดับองค์กร และระดับสังคม โดยต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและบูรณาการ ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะให้มีการพัฒนาตัวชี้วัดภาวะผู้นำตามหลักทศพิธราชธรรม การสร้างหลักสูตรฝึกอบรม และการส่งเสริมการวิจัยเชิงประจักษ์เพื่อประเมินผลการนำหลักทศพิธราชธรรมไปใช้ในบริบทต่างๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในสังคมปัจจุบัน</p> 2025-02-23T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2025 วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ (online) https://so19.tci-thaijo.org/index.php/Chintasit/article/view/1511 การบูรณาการหลักอปริหานิยธรรม 7 กับการพัฒนาภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ 2025-02-23T12:56:30+07:00 พระมหาจิรศักดิ์ คุณวํโส วงศ์ภูมี jirasuk1982mm@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษาการบูรณาการหลักอปริหานิยธรรม 7 กับการพัฒนาภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล โดยวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับแนวคิดทฤษฎีภาวะผู้นำร่วมสมัย การศึกษาพบว่าหลักอปริหานิยธรรมมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาภาวะผู้นำใน 7 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เน้นการสร้างแรงบันดาลใจและการกระตุ้นทางปัญญา (2) การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรมผ่านการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ (3) การพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมที่ส่งเสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบ (4) ภาวะผู้นำที่ครอบคลุมซึ่งให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความเท่าเทียม (5) การพัฒนาภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ (6) ภาวะผู้นำที่ยืดหยุ่นที่พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และ (7) การสร้างองค์กรแห่งความยั่งยืนที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การบูรณาการหลักอปริหานิยธรรมกับการพัฒนาภาวะผู้นำสมัยใหม่ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารองค์กร แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน โดยผสานคุณค่าทางจริยธรรมเข้ากับแนวคิดการบริหารจัดการร่วมสมัย</p> 2025-02-23T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2025 วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ (online) https://so19.tci-thaijo.org/index.php/Chintasit/article/view/1512 อำนาจอธิปไตยในยุคโลกาภิวัตน์: การท้าทายแนวคิดรัฐชาติในศตวรรษที่ 21 2025-02-23T13:04:08+07:00 เกษม ประพาน Kasem.pra@mbu.ac.th <p>บทความนี้มุ่งศึกษาการเปลี่ยนแปลงของแนวคิดอำนาจอธิปไตยของรัฐในบริบทโลกาภิวัตน์ โดยวิเคราะห์ถึงความท้าทายที่รัฐชาติต้องเผชิญในศตวรรษที่ 21 ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี การศึกษาพบว่าโลกาภิวัตน์ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่ออำนาจอธิปไตยของรัฐใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจที่การเคลื่อนย้ายทุนและการค้าระหว่างประเทศที่เข้มข้นขึ้นได้ลดทอนความสามารถในการควบคุมทางเศรษฐกิจของรัฐ มิติการเมืองและความมั่นคงที่ภัยคุกคามรูปแบบใหม่มีลักษณะข้ามพรมแดนมากขึ้น และมิติเทคโนโลยีที่การพัฒนาของดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตได้ท้าทายความสามารถในการควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสาร อย่างไรก็ตาม การศึกษาชี้ให้เห็นว่ารัฐชาติไม่ได้สูญเสียความสำคัญไป หากแต่ต้องปรับตัวในหลายด้าน ทั้งการปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมมาเป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก การพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ การปรับปรุงกฎหมายและการกำกับดูแล รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับภาคประชาสังคมและภาคเอกชน บทความนี้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการปรับตัวของรัฐในยุคโลกาภิวัตน์ และชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จในการปรับตัวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการพัฒนากลไกการทำงานใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 2025-02-23T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2025 วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ (online) https://so19.tci-thaijo.org/index.php/Chintasit/article/view/1508 ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น 2025-02-23T12:23:00+07:00 จรัลย์ ประเสริฐ kruran61@gmail.com จักรกฤษณ์ โพดาพล chakgrit.pod@mbu.ac.th <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำแนกอายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน 3) เสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 230 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามและมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.992 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One -way ANOVA) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe's method) และเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์เชิงเนื้อหา</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหาร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li> <li class="show">ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำแนกตามอายุ โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน</li> <li class="show">ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำแนกตามอายุ โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน</li> <li class="show">ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำแนกตามระดับการศึกษา โดยรวมไม่แตกต่างกันและรายด้านแตกต่างกัน</li> <li class="show">ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน</li> </ol> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 5. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ดังนี้ 1) ด้านความยุติธรรม ผู้บริหารควรแสดงออกถึงความยุติธรรม ยึดหลักความถูกต้อง และอย่างเท่าเทียมกันไม่เลือกปฏิบัติ 2) ด้านความซื่อสัตย์ ผู้บริหารควรปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามกระบวนการ โปร่งใส ตรวจสอบได้ 3) ด้านความเคารพ ผู้บริหารวางตัวให้ถูกต้องและเหมาะสม ยกย่องและให้เกียรติผู้ร่วมงานการไม่ยึดถือในตำแหน่ง 4) ด้านความไว้วางใจ ผู้บริหารควรปฏิบัติตนอย่างเปิดเผย สร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจต่อในการปฏิบัติงานด้วยคำพูดและกระทำตามที่พูด และ 5) ด้านความรับผิดชอบ ผู้บริหารปฏิบัติตามภาระหน้าที่ในบทบาทของผู้บริหาร พร้อมรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม</p> 2025-02-23T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2025 วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ (online) https://so19.tci-thaijo.org/index.php/Chintasit/article/view/1509 การศึกษาพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์: กรณีศึกษาจังหวัดเลย 2025-02-23T12:37:12+07:00 อุเทณร์ วัชรชิโนรส sakhorn.pro@lru.ac.th <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบและระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดเลย 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และ 3) เสนอแนวทางในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์กับกลุ่มตัวอย่างอายุ 18-35 ปี จำนวน 400 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 20 คน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดเลยมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นในระดับปานกลาง โดยมีรูปแบบการมีส่วนร่วมที่หลากหลาย ตั้งแต่การติดตามข่าวสาร (ร้อยละ 85.2) การแสดงความคิดเห็น (ร้อยละ 62.4) ไปจนถึงการริเริ่มประเด็นทางการเมือง (ร้อยละ 15.3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมมากที่สุดคือระดับการศึกษา (β = 0.425) และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (β = 0.385) ความท้าทายสำคัญที่พบคือความน่าเชื่อถือของข้อมูลและความยั่งยืนของการมีส่วนร่วม ผลการวิจัยนำไปสู่ข้อเสนอแนะในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ และการสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างการมีส่วนร่วมออนไลน์และออฟไลน์</p> 2025-02-23T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2025 วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์ (online)