ความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะครูการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3

ผู้แต่ง

  • พร้อมบุญ รักษ์สุระ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3

คำสำคัญ:

ความต้องการจำเป็น, สมรรถนะครูการจัดการเรียนรู้เชิงรุก, การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐานในสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐานในสถานศึกษา ดำเนินการวิจัย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ประชากร ได้แก่ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 จำนวน 211 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา 31 คน ศึกษานิเทศก์ 15 คน และครู 276 คน รวม 322 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสอบถามที่ผ่านการยืนยันความเที่ยงตรง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI) วิเคราะห์เรียงลำดับความจำเป็น

ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐานในสถานศึกษา 5 องค์ประกอบ 18 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ (1) ความรู้ ความเข้าใจ และคุณลักษณะครูมืออาชีพ 2) การเข้าใจผู้เรียนและการจัดการชั้นเรียน (3) การออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (4) ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาสื่อ และ (5) สมรรถนะการเรียนรู้ของผู้เรียน 2) สภาพปัจจุบันโดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ส่วนสภาพพึงประสงค์ โดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ลำดับความต้องการจำเป็น เรียงลำดับจากสูงไปต่ำ ความจำเป็นต้องการสูงสุด คือ ความรู้ ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ (0.75) การเสริมสร้างสมรรถนะการคิดวิเคราะห์และทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียน (0.45) การออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (0.36) ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะครูมืออาชีพ (0.34) และการเข้าใจผู้เรียนและการจัดการชั้นเรียน (0.34) ตามลำดับ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกฐานสมรรถนะ : การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด อีเลฟเว่น สตาร์ อินเตอร์เทรด.

ฉัตรชัย สุกสิ และคณะ. (2567). สมรรถนะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด จันทบุรี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

ไฉไลศรี เพชรใต้. (2563). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ญาณิฐา ราชคม. (2566). การพัฒนาหลักสูตรเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการร่วมกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ธนศักดิ์ เจริญธรรม. (2561). การพัฒนาโปรแกรมพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการคิด อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

นพรัตน์ มูลศรีแก้ว. (2563). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ประสาท จูมพล. (2567). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของนักศึกษาหลักสูตรการสอนสังคมศึกษาในกระบวนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม. พะเยา : มหาวิทยาลัยพะเยา.

เพชรจันทร์ ภูทะวัง. (2565). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ยุภาลัย มะลิซ้อน. (2563). การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

รุจโรจน์ แก้วอุไรและคณะ. (2566). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกับแอปพลิเคชันคลาสโดโจเพื่อส่งเสริมวินัยเชิงบวกของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร.

วรานิษฐ์ ธนชัยวรพันธ์. (2567). การใช้เครื่องมือดิจิทัล Miro เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีมของนักศึกษาสาขาวิชาการประถมศึกษา. ปทุมธานี : มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.

ศรีภาวรรณ ไสโสภา. (2565). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนตะคร้อพิทยา อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. (2567). รายงานการประเมินตนเอง. ร้อยเอ็ด : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

อรวรรณ วรรณฤทัย. (2564). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับแนวคิดกระบวนการพัฒนาสติปัญญาของบลูม 6 ขั้น เพื่อพัฒนาคุณลักษณะความเป็นครูแห่งชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพของนักศึกษาครูสาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.

Christine Stephen. (2010). Taking active learning into the primary school : a matter of new practices?. UK : Scotland.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3). 607–610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

รักษ์สุระ พ. (2026). ความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะครูการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. วารสารการบริหารการศึกษา มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 6(2), 183–197. สืบค้น จาก https://so19.tci-thaijo.org/index.php/RJGE/article/view/3851