แนวทางการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาเอกชนยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ปภาดา ยันตะพันธ์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ปองภพ ภูจอมจิตร คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ชยากานต์ เรืองสุวรรณ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

แนวทางการพัฒนา, การบริหารสถานศึกษาเอกชน, ยุคดิจิทัล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบและตัวชี้วัด  สภาพปัจจุบัน สภาพพึงประสงค์และความต้องการจำเป็น และ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาเอกชนยุคดิจิทัลสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม โดยการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบและตัวชี้วัด กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เพื่อประเมินความเหมาะสมองค์ประกอบและตัวชี้วัด ระยะที่ 2 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพพึงประสงค์และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 253 คน เครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 3 ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาเอกชนยุคดิจิทัล กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อศึกษาแนวทาง จำนวน 6 คน และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิประเมินแนวทาง จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และแบบประเมินแนวทางการพัฒนา สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบและตัวชี้วัดการบริหารสถานศึกษาเอกชนยุคดิจิทัล ประกอบด้วย (1) การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ (2) การพัฒนาบุคลากร (3) การกำหนดทิศทางและวิสัยทัศน์ (4) การเข้าถึงเทคโนโลยี 2) สภาพปัจจุบันโดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ความต้องการจำเป็นเรียงลำดับจากค่าสูงไปต่ำ ดังนี้ ด้านการกำหนดทิศทางและวิสัยทัศน์ ด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี ด้านการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาบุคลากร 3) แนวทางการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาเอกชนยุคดิจิทัล กำหนดเป็นคู่มือการพัฒนาโดยมีรายละเอียด ได้แก่ (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ (3) เนื้อหา (4) กระบวนการพัฒนา และ (5) การวัดและประเมินผล โดยกำหนดวิธีพัฒนาโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบ 70 : 20 : 10 และมีผลการประเมินแนวทางด้านความเหมาะสม โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

ทินกร เผ่ากันทะ และกัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์. (2565). แนวทางการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพทางการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย. 4(2). 37–45.

นันท์มนัส รอดทัศนา. (2554). การจัดทำคู่มือจัดกิจกรรมพัฒนาความมีวินัยของนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบอน. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ปอส์ ไกรวิญญ์ และบัญชา ชลาภิรมย์. (2563). กลยุทธ์การพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนเอกชนตามแนวคิดความเป็นพลเมืองดิจิทัล. วารสารครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 48(2). 147–164.

เพชรสุภัค กิจสกุล, พิภพ วชังเงิน และทนง ทองภูเบศ. (2567). นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลโดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมและการบริหารแบบเครือข่ายของกลุ่มโรงเรียนเอกชนคาทอลิกภาคใต้. วารสารวิชาการการจัดการภาครัฐและเอกชน. 6(3). 207-221.

เพ็ญจันทร์ สินธุเขต. (2560). การศึกษายุคนี้ (ยุคดิจิทัล): Thailand 4.0. ใน รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการและการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ (Conference Proceedings) ครุศาสตรวิจัย ครั้งที่ 3: 2560 นวัตกรรมแห่งการเรียนรู้. สืบค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2566. จาก https://edu.lpru.ac.th/eduresearch/nace2017/NACE2017.pdf

มลฤดี เพ็งสง่าและมัทนา วังถนอมศักดิ์. (2566). การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ ศรีนครินทรวิโรฒ. 24(2). 162–175.

เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์. (2554). เทคนิคการเขียนคู่มือปฏิบัติงาน. ขอนแก่น : สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สงบ อินทรมณี. (2562). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น. 16(1). 353-360.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566–2570) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนเอกชน: สภาพและแนวทางการสนับสนุน. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.

สุกัญญา แช่มช้อย. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2562). การศึกษาภควันตภาพเรียนได้ทุกหนทุกแห่งและทุกเวลา. แพร่ : แพร่ไทยอุตสาหการพิมพ์.

สุวิทย์ เมษินทรีย์. (2559). Thailand 4.0: สร้างความเข้มแข็งจากภายในเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่โลก. Eco-Challenge Magazine. 11(3). 5–9.

สุวิมล ว่องวานิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อนันต์ วรธิติพงศ์. (2560). อนาคตภาพดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.

อารีย์ น้ำใจดี และพิชญาภา ยืนยาว. (2562). ผู้นำกับการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลในรายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ครั้งที่ 11. นครปฐม : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.

เอกชัย กี่สุขพันธ์. (2559). การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2567. จาก http://www.trueplookpanya. com/knowledge/content/52232/

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3). 607-610.

Lombardo, M. M., & Eichinger, R. W. (1996). The career architect development planner. Minneapolis, MN : Lominger Limited, Inc.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

ยันตะพันธ์ ป., ภูจอมจิตร ป., & เรืองสุวรรณ ช. (2026). แนวทางการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาเอกชนยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม. วารสารการบริหารการศึกษา มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 6(2), 71–83. สืบค้น จาก https://so19.tci-thaijo.org/index.php/RJGE/article/view/3822