การพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรของไทย และหาแนวทางแก้ไขเพื่อพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรให้เป็นระบบและยั่งยืนต่อไป โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการเก็บข้อมูลจากการวิจัยเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตร อาทิ พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มีปัญหาโครงสร้างของกฎหมายที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่าง “ขยะอุตสาหกรรม” และ “ขยะชุมชน” ส่งผลให้ซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรที่ใช้แล้วกลายสภาพเป็นขยะมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน ซึ่งไม่มีบทลงโทษหรือกลไกควบคุมที่เข้มงวดเท่าขยะอุตสาหกรรม และโครงสร้างที่เน้นการตั้งรับที่ปลายทางโดยให้ท้องถิ่นและประชาชนจัดการ โดยไม่มีบทบัญญัติใดที่นำหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) ที่ให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบในการเก็บคืนผลิตภัณฑ์ของตนเองมาบังคับใช้ นอกจากนี้ กฎหมายยังมีปัญหาบทนิยามที่มีความก้ำกึ่งและไม่ได้ครอบคลุมซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรอย่างชัดเจนและเจาะจง ปัญหาการไม่มีบทบัญญัติบังคับให้ผู้บริโภคห้ามทิ้งซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรที่ควบคุมและให้นำส่งช่องทางที่กฎหมายกำหนด และบังคับให้ผู้ผลิตมีหน้าที่รับคืนซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรและนำซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรที่รับคืนนั้นไปทำลายหรือกำจัดด้วยวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด รวมทั้งปัญหาอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตร และการไม่มีบทบัญญัติบังคับให้ อปท. จัดตั้งศูนย์รับคืนซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตร ดังนั้น แนวทางการแก้ไขการจัดการเชิงระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง จึงควรมีการผลักดันการประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน พ.ศ. …. (กฎหมาย EPR) หรือร่างกฎหมายการจัดการซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรโดยเฉพาะขึ้นมา มีการจัดตั้งกองทุนบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรที่เก็บจากผู้ผลิต มีระบบมัดจำ-คืนเงิน มีการตั้งจุดรับทิ้งที่เข้าถึงง่ายของร้านเคมีเกษตรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการบังคับและส่งเสริมมาตรฐาน Triple Rinsing และการเชื่อมโยงกับมาตรฐาน GAP ให้กับเกษตรกร และการจัดทำระบบขนส่งเฉพาะและการทำลายซากบรรจุภัณฑ์เคมีเกษตรด้วยความร้อนสูง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกฎหมายกัญจนรัตน
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2566). แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565-2570).
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย. (2567). “EPR” วางแผน-ปรับตัว-รับมือ ก่อนกฎหมายบังคับใช้ปี 2570. ค้นจาก https://www.fti.or.th/Articles/details?id=47
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2568). ร่าง พ.ร.บ. การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน พ.ศ. .... (ครั้งที่ 2). ค้นจาก https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NDk0MkRHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=
สุจิตรา วาสนาดำรงดี และปเนต มโนมัยวิบูลย์. (2558). แนวคิดในการจัดทำร่างกฎหมายจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์. ค้นจาก https://hsm.chula.ac.th/news/แนวคิดร่างกมขยะอิเล็กทรอนิกส์.pdf
Environmental Protection Agency. (2025). Compliance & enforcement: Waste publications. ค้นจาก https://www.epa.ie/publications/compliance--enforcement/waste/triple-rinse-guide-for-empty-pesticide-and-dairy-hygiene-containers.php
Product Stewardship Institute. (n.d.). What is Extended Producer Responsibility (EPR)? Retrieved from https://productstewardship.us/what-is-epr
Ruhland, K. (2024). Explainer: What is the polluter pays principle and how can it be used in climate policy? Retrieved from https://earth.org/explainer-what-is-the-polluter-pays-principle-and-how-can-it-be-used-in-climate-policy
The United Nations Environment Programme. (n.d.). Extended Producer Responsibility. Retrieved from https://www.unep.org/ietc/what-we-do/extended-producer-responsibility