การประยุกต์ใช้มาตรการสมคบและมาตรการยึดทรัพย์ในการปราบปรามการค้ายาเสพติด
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหาอุปสรรคการปราบปรามยาเสพติด และปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดในการดำเนินคดีความผิดฐานสมคบ การยึดทรัพย์ และการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่า โดยกำหนดแนวทางที่เหมาะสมในการนำนโยบายการปราบปรามยาเสพติดไปใช้ปฏิบัติ โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 27 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา และการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับตัวอย่างจำนวน 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน ผลการวิจัย พบว่า (1) รัฐบาลให้ความสำคัญกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ มีแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด พ.ศ.2566-2570 เป็นกรอบในการขับเคลื่อนนโยบาย โดยนำ “มาตรการสมคบ” และ “มาตรการยึดทรัพย์และการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่า” มาเป็นเครื่องมือหลักในการปราบปรามยาเสพติด แม้จะมีรูปแบบนโยบายการปราบปรามยาเสพติดที่ชัดเจนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน แต่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างกระบวนการยุติธรรม ความซับซ้อนของกลไกการบริหารงาน องค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เทคโนโลยี งบประมาณ การบูรณาการข้อมูลข่าวสาร และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เป็นระบบ รวมถึงการประเมินผลนโยบายที่เน้นผลลัพธ์เชิงปริมาณมากกว่าการพิจารณาผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อเครือข่ายยาเสพติดในระยะยาว และสิ่งจูงใจผู้ปฏิบัติที่ไม่สามารถกระตุ้นการทำงานเจ้าหน้าที่ได้เท่าที่ควร (2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติตามนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การจัดสรรทรัพยากร ความซับซ้อนในการบริหารงาน แหล่งที่มาของนโยบาย และการสนับสนุนนโยบาย ส่วนปัจจัยที่ควรจะมีอิทธิพล แต่พบว่า “ไม่มีนัยสำคัญ” (ล้มเหลว) ได้แก่ สิ่งจูงใจสำหรับผู้ปฏิบัติ และความชัดเจนของนโยบายที่ขาดความชัดเจนในระดับปฏิบัติการ (3) แนวทางควรมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของบุคลากร พัฒนาเทคโนโลยีและระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงที่ใช้ในการสืบสวน ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องให้ทันต่ออาชญากรรมสมัยใหม่
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารเป็นความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกฎหมายกัญจนรัตน
เอกสารอ้างอิง
นุชรัตน์ กาญจนโรจน์. (2547). การทำสงครามกับยาเสพติด. สถาบันพระปกเกล้า.
ผู้จัดการออนไลน์. (2564). ป.ป.ส. แจงกฎหมายยาเสพติดใหม่ ยึดหลัก “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย.” ค้นจาก https://mgronline.com/crime/detail/9640000122488
ศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ. (2546). ประมวลคำสั่งการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด. ค้นจาก https://nctc.oncb.go.th/ebook/B1236
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2566). สถิติผลการจับกุมยาเสพติดทั่วประเทศ จำแนกตามจำนวนคดีและจำนวนผู้ต้องหา.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2567). แผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568.
สำนักนายกรัฐมนตรี. (2552). คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2552 เรื่อง ยุทธศาสตร์และกลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล. ค้นจาก https://www.nakhonlocal.go.th/new2/doc/nrt5200207.pdf
สำนักนายกรัฐมนตรี. (2566). นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด (พ.ศ. 2566-2570). ค้นจาก https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/140D068S0000000000400.pdf
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. (2554). คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภา. ค้นจาก https://www.soc.go.th/wp-content/uploads/2019/04/history_60.pdf
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. (2567). คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงต่อรัฐสภา. ค้นจาก https://www.soc.go.th/wp-content/uploads/2024/09/Policy_67_th.pdf
Best, J. W., & Kahn, J. V. (2002). Research in education (9th ed.). Allyn & Bacon.
Brewer, G. D., & deLeon, P. (1983). The foundation of policy analysis. Dorsey Press.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175-191.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 5-55.