วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/polsci_ubu
<p>วารสารวิชาการถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับการเผยแพร่องค์ความรู้และความคิดใหม่ ๆ ทางวิชาการ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและการต่อยอดความรู้ในสาขาวิชาต่าง ๆ สำหรับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี การผลิตวารสารวิชาการของคณะรัฐศาสตร์ไม่เพียงแต่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการวิจัยระหว่างนักวิชาการ นักวิจัย และนักศึกษา แต่ยังเป็นเวทีที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและการวิเคราะห์เชิงลึกในประเด็นทางสังคมและการเมืองที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์ของสังคมและการเมืองทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การผลิตวารสารวิชาการของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสนับสนุนการวิจัยที่มีคุณภาพและเป็นกลาง บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนี้จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกันว่าข้อมูลและการวิเคราะห์ที่เผยแพร่นั้นมีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการนำไปใช้ในวงกว้าง ทั้งนี้วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีการจัดพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ (ม.ค.–มิ.ย. และ ก.ค.–ธ.ค.) โดยใช้การกลั่นกรองบทความก่อนลงตีพิมพ์แบบผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้แต่ง และผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา (Double-blind Peer Review) ทั้งนี้บทความทุกชิ้นที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่จะผ่านกระบวนการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน </p> <p> </p>
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
th-TH
วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
-
การเมืองในการประกวดนางงาม : บทบาทในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและค่านิยมทางการเมืองในสังคมไทย
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/polsci_ubu/article/view/2818
<p>บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์บทบาทของเวทีการประกวดนางงามในสังคมไทยในฐานะพื้นที่ทางการเมืองที่มีส่วนในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การสร้างอัตลักษณ์ และการเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางการเมืองของสังคม โดยศึกษาพัฒนาการของการประกวดนางงามในบริบทสังคมการเมืองไทยตั้งแต่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงปัจจุบัน ผ่านกรอบแนวคิดสิทธิมนุษยชน แนวคิดอัตลักษณ์ และทฤษฎีอำนาจ</p> <p>บทความใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ โดยอาศัยการทบทวนเอกสาร แนวคิดทางทฤษฎี และกรณีศึกษาที่ปรากฏบนเวทีการประกวดนางงามระดับชาติและนานาชาติ โดยเฉพาะเวที Miss Universe Thailand เพื่ออธิบายการใช้อำนาจเชิงสัญลักษณ์ (symbolic power) และอำนาจละมุน (soft power) ของผู้เข้าประกวดในการสื่อสารประเด็นด้านสิทธิสตรี ความเท่าเทียม และปัญหาทางสังคมร่วมสมัย</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า เวทีการประกวดนางงามมิได้เป็นเพียงกิจกรรมด้านความบันเทิงหรือการประกวดความงามเชิงกายภาพ หากแต่เป็นพื้นที่สาธารณะที่เอื้อให้ผู้หญิงสามารถแสดงออกทางความคิด สร้างอัตลักษณ์ทางสังคมและการเมือง และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย อย่างไรก็ตาม เวทีดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดจากโครงสร้างอำนาจ กฎระเบียบ และความคาดหวังเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งสะท้อนความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างความงาม อำนาจ และการเมืองในสังคมร่วมสมัย</p>
สุพัตรา ประจันพล
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
2025-12-31
2025-12-31
2 2
1
30
-
อำนาจ ศรัทธา และความยุติธรรม : บทวิเคราะห์ความคิดทางการเมืองบางประการในภาพยนตร์เรื่องมหาราช
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/polsci_ubu/article/view/2819
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวคิดทางการเมืองที่สำคัญในภาพยนตร์เรื่อง มหาราช โดยมุ่งเน้นที่ประเด็นเรื่องอำนาจ ศรัทธา และความยุติธรรม ซึ่งปรากฏเป็นแก่นสำคัญในโครงเรื่องและการดำเนินเรื่องของตัวละคร การศึกษานี้ใช้กรอบแนวคิดจากทฤษฎีทางรัฐศาสตร์ เช่น ทฤษฎีอำนาจและความชอบธรรมของแม็กซ์ เวเบอร์ และ มิเชล ฟูโกต์ การครอบงำทางวัฒนธรรมของอันโตนิโอ กรัมชี่ และทฤษฎีความยุติธรรมของจอห์น รอล์ลส และ อาริสโตเติล ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นการสะท้อนและวิพากษ์แนวคิดทางการเมืองที่สามารถนำมาใช้ในการพิจารณาสภาพการณ์ทางสังคมและการเมืองร่วมสมัย บทความนี้ยังได้พิจารณาว่าแนวคิดที่ปรากฏในภาพยนตร์สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาทางการเมืองในปัจจุบันได้อย่างไร</p>
Surapong Changtham
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
2025-12-31
2025-12-31
2 2
31
47
-
คติชนวิทยาการเมืองกับพิธีกรรมทางศาสนา: การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ศาสนา และอำนาจ ในภาพยนตร์เรื่อง สัปเหร่อ
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/polsci_ubu/article/view/2820
<p>บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ศาสนา และอำนาจ ผ่านการนำเสนอพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายในภาพยนตร์เรื่อง สัปเหร่อ โดยใช้กรอบแนวคิดคติชนวิทยาการเมือง (Political Folklore) ร่วมกับทฤษฎีอำนาจเชิงชีวภาพ (Biopower) เพื่อทำความเข้าใจบทบาทของพิธีกรรมทางศาสนาในการจัดระเบียบทางสังคมและการสร้างความชอบธรรมของรัฐในบริบทสังคมไทย</p> <p>บทความใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ โดยอาศัยการตีความตัวบทภาพยนตร์ ควบคู่กับการทบทวนเอกสารทางวิชาการด้านคติชนวิทยา มานุษยวิทยา และทฤษฎีอำนาจ เพื่ออธิบายบทบาทของสัปเหร่อ วัด และงานศพในฐานะกลไกที่รัฐและศาสนาใช้ร่วมกันในการควบคุมชีวิตและความตายของประชาชน การวิเคราะห์ครอบคลุมประเด็นการจัดการศพ การแบ่งแยกการตายตามค่านิยมทางศีลธรรม การจัดระเบียบครอบครัวและชุมชน รวมถึงงานศพในฐานะพื้นที่ทางการเมือง</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า พิธีกรรมเกี่ยวกับความตายในภาพยนตร์ สัปเหร่อ มิได้เป็นเพียงการสะท้อนความเชื่อทางศาสนา หากแต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเชิงอำนาจที่ช่วยจัดระเบียบสังคม สร้างค่านิยมทางศีลธรรม และยืนยันความชอบธรรมของรัฐผ่านการกำกับชีวิตและความตาย บทความชี้ให้เห็นว่า พิธีกรรม งานศพ และบทบาทของสัปเหร่อเป็นพื้นที่ที่การเมืองแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน และสะท้อนพลวัตของอำนาจในสังคมไทยร่วมสมัย</p>
Kittiphop Kaewsuwan
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
2025-12-31
2025-12-31
2 2
48
66
-
บทวิเคราะห์บทบาทของสตรีที่ปรากฏในภาพยนตร์ เรื่อง Hidden Figures (2016)
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/polsci_ubu/article/view/2821
<p>บทความเรื่อง วิเคราะห์บทบาทของสตรีในภาพยนตร์ Hidden Figures (2016) มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาบทบาท พัฒนาการ และการต่อสู้ของสตรีภายใต้โครงสร้างสังคมปิตาธิปไตย โดยใช้กรอบแนวคิดสตรีนิยมและแนวคิดสิทธิมนุษยชนในการวิเคราะห์ ผ่านระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ อาศัยการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เอกสารทางวิชาการ และแหล่งข้อมูลออนไลน์</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ตัวละครสตรีในภาพยนตร์ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้หญิงในสังคมชายเป็นใหญ่ที่เผชิญการเลือกปฏิบัติจากเพศสภาวะ เชื้อชาติ และสีผิว แม้ในฉากหน้าจะสะท้อนบทบาทของนักคำนวณในองค์กรอวกาศ (NASA) แต่ในฉากหลังกลับเผยให้เห็นการกีดกันทางโอกาสและการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะต่อผู้หญิงผิวสี ซึ่งมีรากฐานจากอคติทางความคิด บริบททางสังคม และโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ของระบบปิตาธิปไตยที่ถูกผลิตซ้ำอย่างต่อเนื่อง อันถือเป็นการละเมิดศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชนของมนุษย์</p> <p>อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์ยังสะท้อนให้เห็นพลวัตของการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศยังคงดำรงอยู่ในสังคมร่วมสมัย แม้ในประเทศที่ยึดถือระบอบประชาธิปไตยและยกย่องคุณค่าความเสมอภาคและเสรีภาพ</p>
Sasiprapa Whanarrom
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
2025-12-31
2025-12-31
2 2
67
86
-
การวิเคราะห์ภาพยนต์เรื่อง Selma: บทบาทพลเมืองในการเรียกร้องสิทธิมนุษยชน และการสร้างความเท่าเทียมผ่านการเคลื่อนไหวทางสังคม
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/polsci_ubu/article/view/2822
<p>บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์บทบาทของพลเมืองในการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและการสร้างความเท่าเทียมผ่านการเคลื่อนไหวทางสังคม โดยใช้ภาพยนตร์เรื่อง Selma เป็นกรณีศึกษาในการทำความเข้าใจพลวัตของอำนาจ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย ภาพยนตร์นำเสนอเหตุการณ์การเดินขบวนเรียกร้องสิทธิในการลงคะแนนเสียงของชาวแอฟริกันอเมริกันในสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1965 ภายใต้การนำของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประวัติศาสตร์สิทธิมนุษยชน</p> <p>การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยการวิเคราะห์ตัวบทภาพยนตร์ร่วมกับการทบทวนเอกสารทางวิชาการ ผ่านกรอบแนวคิดสิทธิมนุษยชนและทฤษฎีการเคลื่อนไหวทางสังคม เพื่ออธิบายบทบาทของพลเมือง การประท้วงอย่างสันติ การรวมตัวของกลุ่มคนที่หลากหลาย และการใช้พลังของมวลชนในการกดดันการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและโครงสร้างอำนาจ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า Selma สะท้อนให้เห็นการต่อสู้เพื่อสิทธิในการลงคะแนนเสียงในฐานะสิทธิพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติและการใช้ความรุนแรงของรัฐในการกดปราบการเคลื่อนไหวของประชาชน ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ยังตอกย้ำพลังของการเคลื่อนไหวแบบไม่ใช้ความรุนแรง และความสำคัญของการมีส่วนร่วมของพลเมืองในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งยังคงมีความหมายและความร่วมสมัยต่อการทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในโลกปัจจุบัน</p>
Apinya Thongda
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
2025-12-31
2025-12-31
2 2
87
113
-
จากเหยื่อสู่ผู้มีอำนาจ: การเมืองเรื่องเพศ ชนชั้น และการเรียกร้องสิทธิสตรีในภาพยนตร์เรื่อง “คังคุไบ”
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/polsci_ubu/article/view/2823
<p>บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์การเมืองเรื่องเพศและชนชั้นที่ปรากฏในภาพยนตร์ คังคุไบ กฐียาวาฑี ผ่านการทำความเข้าใจบทบาทของสตรีในฐานะปัจเจกและกลุ่มคนชายขอบที่ต้องต่อสู้กับโครงสร้างอำนาจแบบปิตาธิปไตยและความไม่เท่าเทียมทางชนชั้นในสังคมอินเดีย การศึกษาใช้กรอบแนวคิดสตรีนิยมและทฤษฎีชนชั้นร่วมกัน เพื่ออธิบายพลวัตของอำนาจ การกดขี่ และการต่อรองสิทธิในพื้นที่ที่ผู้หญิงถูกทำให้ไร้เสียงและไร้ศักดิ์ศรี</p> <p>บทความใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยการวิเคราะห์ตัวบทภาพยนตร์ควบคู่กับการทบทวนเอกสารทางวิชาการด้านสตรีนิยม สิทธิมนุษยชน และทฤษฎีชนชั้น ผลการศึกษาพบว่า ภาพยนตร์นำเสนอการเปลี่ยนผ่านของคังคุไบจากผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และการกดขี่ทางเพศ ไปสู่การเป็นผู้มีอำนาจที่สามารถสร้างพื้นที่ต่อรองและเรียกร้องสิทธิให้แก่ตนเองและผู้หญิงในอาชีพเดียวกัน</p> <p>การต่อสู้ของคังคุไบสะท้อนให้เห็นว่า การเรียกร้องสิทธิสตรีมิได้จำกัดอยู่เพียงในกรอบศีลธรรมหรือกฎหมาย หากแต่เป็นการต่อสู้เชิงการเมืองกับโครงสร้างอำนาจที่ผสานระหว่างเพศ ชนชั้น และเศรษฐกิจ บทความชี้ให้เห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่เปิดเผยความรุนแรงเชิงโครงสร้างต่อผู้หญิง และตั้งคำถามต่อความชอบธรรมของระเบียบสังคมที่กดทับกลุ่มคนชายขอบอย่างเป็นระบบ</p>
Thitaree Srimanta
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
2025-12-31
2025-12-31
2 2
114
135