วารสาร สาร สื่อ ศิลป์ https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN <p><span style="font-weight: 400;">วารสาร สาร สื่อ ศิลป์ <br /></span><span style="font-weight: 400;">Online ISSN : </span><span style="font-weight: 400;">2774-0331</span></p> <p><span style="font-weight: 400;">กำหนดออก : 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</span><span style="font-weight: 400;"><br /></span><span style="font-weight: 400;">นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความในด้านวัฒนธรรม ศิลปะ ดนตรี การแสดง นวัตกรรม</span></p> <p><span style="font-weight: 400;">ศิลปศาสตร์ นิเทศศาสตร์ บริหารธุรกิจ ประวัติศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และลาขาที่เกี่ยวข้อง</span></p> th-TH ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## north_hihi@hotmail.com (รศ.ดร. ศุภโชคชัย นันทศรี ) thanradi_b@kpru.ac.th (อ.ดร.ธัญรดี บุญปัน) Wed, 01 Jul 2026 09:13:33 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การเปลี่ยนผ่านและการจัดการการสื่อสารภายในเทศบาลสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3616 <p>การจัดการการสื่อสารภายในองค์กรถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเทศบาลสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างยั่งยืน บทความนี้มีความประสงค์ศึกษาบทบาทของการจัดการการสื่อสารภายในที่มีประสิทธิภาพต่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่จะนำเทศบาลสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลโดยมีองค์ประกอบหลักที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ได้แก่ 1) การจัดการเนื้อหาในการสื่อสาร ซึ่งมุ่งเน้นให้ข้อมูล ข่าวสาร และสาระที่ถ่ายทอดภายในองค์กรมีความถูกต้อง ชัดเจน และสอดคล้องกับนโยบายการบริหาร เพื่อให้บุคลากรทุกระดับเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน 2) การปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กรให้มีความเชื่อมโยงทั้งองค์กร เพื่อสร้างระบบการสื่อสารแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงทุกหน่วยงานและระดับการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และส่งเสริมการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ 3) ความเสมอภาคในการเข้าถึงเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมและเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกกลุ่มสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน และ 4) การสร้างการมีส่วนร่วมในการสื่อสาร ที่มุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้บุคลากรทุกระดับได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งบทความนี้มีข้อเสอนแนะต่อประเด็นนี้คือ ควรมุ่งเน้นการสื่อสารที่ยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง คำนึงถึงความรู้สึกและความต้องการของบุคลากร พร้อมสื่อสารอย่างเข้าใจและเหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม เป้าหมายคือการสร้างความเข้าใจว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพไม่ใช่การแทนที่คน ควรบูรณาการแผนการสื่อสารกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาทักษะดิจิทัลควบคู่ทักษะการสื่อสาร โดยเฉพาะผู้นำที่ต้องเป็นแบบอย่าง ใช้เทคโนโลยีจริง และถ่ายทอดเรื่องราวความสำเร็จเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่นในองค์กร</p> อังคณา ปริยสิริ, วิทยาธร ท่อแก้ว, กมลรัฐ อินทรทัศน์, พรปภัสสร ปริญชาญกล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร สาร สื่อ ศิลป์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3616 Wed, 01 Jul 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าจังหวัดกำแพงเพชร https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3619 <p>การวิจัยเรื่อง การพัฒนาผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าจังหวัดกำแพงเพชร มีวัตถุประสงค์ดังนี้ คือ 1. เพื่อพัฒนากระบวนการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติเพื่อสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าจังหวัดกำแพงเพชร 2. เพื่อพัฒนานวัตกรรมถังอบไอน้ำสำหรับการผลิตผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติ 3. เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้กระบวนการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติเพื่อสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าจังหวัดกำแพงเพชร และ 4. เพื่อพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติให้มีความหลากหลายและสวยงาม เป็นการวิจัยแบบผสมระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองย้อมสีธรรมชาติ บ้านชัยมงคล ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสำรวจและแบบสัมภาษณ์ ซึ่งจะนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า ผลจากการพัฒนากระบวนการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติเพื่อสร้างความเป็น อัตลักษณ์ของผ้าจังหวัดกำแพงเพชร พบว่า ผู้วิจัยได้ดำเนินการพัฒนากระบวนการทำผ้าพิมพ์ลายผ้าด้วยใบไม้สีธรรมชาติ แบบวิธี Basic และแบบวิธีการห่มผ้า (Blanket) และการพัฒนาสารช่วยติด มอร์แดนท์ (Mordant) &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อทำให้การถ่ายโอนสีและลวดลายของใบไม้ลงผืนผ้ามีความคมชัดและสีสวยงามมากขึ้น และการพัฒนาน้ำย้อมผ้าจากผงศิลาแลงเพื่อให้เกิดความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าจังหวัดกำแพงเพชร และได้จัดทำเป็นสรุปองค์ความรู้กระบวนการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติเพื่อสร้างความเป็นอัตลักษณ์ของผ้าจังหวัดกำแพงเพชร<br>เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับชุมชนเป้าหมายต่อไป</p> <p>และผลจากการพัฒนานวัตกรรมถังอบไอน้ำในการผลิตผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติ พบว่า ผู้วิจัยได้ดำเนินการออกแบบถังอบไอน้ำในการผลิตผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติให้ได้รูปแบบที่สวยงามและเหมาะสมกับการผลิตผ้าพิมพ์ลายใบไม้ สามารถควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้ เพื่อส่งผลให้เกิด</p> <p>ลวดลายที่คมชัดและสีที่สวยงามและถังอบไอน้ำที่พัฒนาขึ้นมาสามารถอบผ้าได้ครั้งละ 15 - 20 ผืน ทำให้ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มจำนวนการผลิตผ้าได้มากขึ้น</p> <p>และผลจากการถ่ายทอดองค์ความรู้กระบวนการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติเพื่อสร้างความเป็น<br>อัตลักษณ์ของผ้าจังหวัดกำแพงเพชร สู่ชุมชนเป้าหมาย พบว่า ผู้วิจัยได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับสมาชิกกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองย้อมสีธรรมชาติบ้านชัยมงคล ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 15 คน โดยผลการประเมินความรู้ความเข้าใจและความพึงพอใจ พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีระดับความรู้ความเข้าใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.75) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้ออยู่ในระดับมากที่สุด โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ท่านมีความรู้ความเข้าใจในการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์การทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติ (ค่าเฉลี่ย = 4.82) รองลงมา คือ ท่านมีความรู้ความเข้าในวิธีการทำสารช่วยติด มอร์แดนท์ (Mordant) (ค่าเฉลี่ย = 4.80) และท่านมีความรู้ความเข้าในขั้นตอนและวิธีการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติ แบบวิธี Basic ค่าเฉลี่ย = 4.78) และท่านมีความรู้ความเข้าในขั้นตอนและวิธีการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติ แบบวิธีการห่มผ้า (Blanket) (ค่าเฉลี่ย = 4.76) และท่านมีความรู้ความเข้าในขั้นตอนและวิธีการทำความสะอาดผ้าและกราฟิกสี (ค่าเฉลี่ย = 4.75) และผู้เข้ารับการอบรมมีระดับความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.80) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ทุกข้อมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ วิทยากรที่ให้ความรู้ (ค่าเฉลี่ย = 4.94) รองลงมา คือ ความเหมาะสมของสถานที่ อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.90) และรูปแบบและขั้นตอนของการจัดการอบรม อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.85)</p> <p>และผลจากการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติให้มีความหลากหลายและสวยงาม พบว่า&nbsp; ผู้วิจัยได้ดำเนินการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติ ได้แก่ กระเป๋าผ้า สมุดโน๊ต โคมไฟ ตุ๊กตาหมี ปลอกหมอน ชุดเดรส และเสื้อสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ผ้าคลุมไหล่ และนำผลิตภัณฑ์ผ้าพิมพ์ลายใบไม้สีธรรมชาติไปจำหน่ายที่พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดกำแพงเพชร เรียบร้อยแล้ว</p> ธฤษวรรณ ธรรมสอน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3619 Wed, 01 Jul 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาวิเคราะห์และสันนิษฐานรูปแบบที่มาของลวดลายพรรณพฤกษา เจดีย์วัดช้างรอบ จ.กำแพงเพชร https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3637 <p>ลวดลายพรรณพฤกษาที่พบในกำแพงเพชรมักประกอบอยู่กับลายทั่วไป ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่นิยม โดยเฉพาะลายดอกไม้กลมกลีบซ้อน 2 ชั้น มีใบไม้ปลายแหลมขนาดเล็ก ซึ่งได้พบประกอบอยู่กับลายกลีบบัว และลายหน้ากระดาน เป็นต้น เช่นที่พบลายพรรณพฤกษาประดับอยู่ภายในลายเครื่องประดับของช้างทรงเครื่อง วัดช้างรอบ จากการศึกษา พบความสัมพันธ์ที่โยงไปถึงคติความเชื่อในการสร้างเจดีย์วัดช้างรอบ ที่ได้รับอิทธิพลความเชื่อปรัชญาทางพุทธศาสนาจากอินเดียที่เข้ามาสู่ศิลปกรรมของดินแดนล้านนา ซึ่งลายพรรณพฤกษาในลักษณะเช่นนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในศิลปะล้านนา เชื่อมโยงสัมพันธ์ไปกับรูปแบบไปถึงอุดมคติของลังกา และแนวคิดที่กล่าวว่า ลวดลายที่ประดับเจดีย์ประธานวัดช้างรอบนี้ นอกจากประโยชน์ในด้านความงาม หรือสุนทรียภาพแล้ว เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดพบว่า บรรดาลวดลายประดับเหล่านี้มีคติความเชื่อสัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาอีกด้วย</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ จากการวิจัยเรื่อง “การศึกษาวิเคราะห์และสันนิษฐานรูปแบบที่มาของลวดลายพรรณพฤกษา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เจดีย์วัดช้างรอบ จ.กำแพงเพชร” ด้วยวัตถุประสงค์ 1. ศึกษาที่มาของรูปแบบลวดลายพรรณพฤกษา เจดีย์วัดช้างรอบ จ.กำแพงเพชร และ 2. วิเคราะห์และสันนิษฐานรูปแบบของลวดลายพรรณพฤกษา เจดีย์วัดช้างรอบ จ.กำแพงเพชร พบว่าลวดลายพรรณพฤกษาที่อยู่ระหว่างปูนปั้นช้างทรงเครื่องดังกล่าว ไม่จัดว่าเป็นลวดลายพรรณพฤกษา ด้วยลักษณะรูปแบบขององค์ประกอบทางศิลปกรรมขาดอัตลักษณ์ที่สำคัญอันแสดงถึงความเป็นลวดลายพรรณพฤกษา แต่แสดงถึงลวดลายที่สร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นรูปแบบของพรรณไม้ที่มีความเฉพาะ ซึ่งลวดลายบนเจดีย์วัดช้างรอบนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นลวดลายสร้างสรรค์ออกแบบเฉพาะจากแรงบันดาลใจ <br>ของต้นไม้ที่มีความสำคัญตามความเชื่อของพุทธศาสนา 2 ชนิด คือ 1. ต้นไทรนิโครธ และ 2. ต้นสาละลังกา</p> วนัสนันท์ นุชนารถ, ธนัฐธนสร ชัยรักษ์นิธิภัทร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3637 Wed, 01 Jul 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านออกเสียง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหัวดง โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านพินอิน https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3638 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ (1) พิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหัวดง หลังเรียน ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านพินอิน ว่ามีคะแนน สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่กำหนดไว้หรือไม่ (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านพินอินของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหัวดง ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านพินอิน (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหัวดง ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การอ่านพินอินโดยใช้แบบฝึกทักษะ</p> <p>กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านหัวดง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย <br>(1) แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 1 แผน (2) แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านพินอิน (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาคปฏิบัติ จำนวน 20 ข้อ (4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านพินอิน ผลการวิจับพบว่า (1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านพินอินของนักเรียนหลังการใช้แบบฝึกทักษะ&nbsp;สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 70&nbsp;อย่างมีนัยสำคัญ (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ&nbsp;สูงกว่าก่อนเรียน&nbsp;อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ&nbsp;.05&nbsp;ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแบบฝึกทักษะมีศักยภาพในการพัฒนาทักษะการอ่านพินอินของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง และ (3) นักเรียน</p> <p>มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านพินอินโดยรวมอยู่ในระดับมาก</p> ก่อเกียรติ ทรัพย์คำจันทร์, สุทธิดา จันนา, จิดาภา อัตขันต์, พรพิมล ตะโจระกัง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3638 Wed, 01 Jul 2026 00:00:00 +0700 การสื่อสารสู่ความยั่งยืน: ภูมิทัศน์การสื่อสารของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ในเพชรบุรี https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3640 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและวิเคราะห์ภูมิทัศน์การสื่อสารของวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อประเมินผลกระทบต่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นวาระสำคัญในระดับนโยบาย การศึกษาประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก: 1) การวิเคราะห์เปรียบเทียบช่องทางการสื่อสารและมุมมองเชิงลึก (n=34 และ in-depth interview 6 คน) และ 2) การวิเคราะห์เชิงคุณภาพกลยุทธ์การสื่อสารเชิงนวัตกรรมจากผู้นำกลุ่ม (n=3) ทั้งนี้ข้อค้นพบจากการศึกษาก่อนหน้าของผู้นิพนธ์ (สุรวัฒน์ ชลอสันติสกุล, 2569)</p> <p>ซึ่งพบว่า ร้อยละ 82.22 ของสมาชิกมีความสนใจปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นบริบทสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ในบทความนี้ ในส่วนที่ 1 ของการศึกษานี้ สื่อสังคมออนไลน์และกิจกรรมพิเศษได้รับการประเมินว่า<br>มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นความสนใจสูงสุด (ค่าเฉลี่ย 4.53) อย่างไรก็ตาม การสัมภาษณ์เชิงลึกเน้นย้ำว่าเพื่อนเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ เป็นผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดต่อการตัดสินใจจริง เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือและสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ได้ นอกจากนี้เกษตรกรยังเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนด้านราคา การแก้ปัญหาหนี้สินและการตลาด สำหรับส่วนที่ 2 ของการศึกษานี้ ชี้ให้เห็นว่าผู้นำกลุ่มใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบมีส่วนร่วมที่เน้น "คน" เป็นกลไกสำคัญ โดยมุ่งเน้นการสร้างความไว้วางใจผ่านการปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง (Lead by Example) และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้เป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อขยายเครือข่าย กลยุทธ์ที่ยั่งยืนที่สุดจึงมาจากการผสมผสานช่องทางดิจิทัลและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยมีความน่าเชื่อถือและการมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสำคัญ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติการจึงมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายผู้นำและการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบ Peer-to-Peer โดยใช้เกษตรกรต้นแบบเป็นพี่เลี้ยง เพื่อสร้างกลไกการสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงตลาดโดยตรงและสร้างระบบตรวจสอบข้อมูล</p> สุรวัฒน์ ชลอสันติสกุล, จารุณี เกษรพิกุล, สรณฐ โชตินิพัทธ์, วัชรา ปิ่นทอง, พิสิษฐ์ สุวรรณ์แพทย์, กตญ มหาชนะวงศ์ สุวรรณแพทย์, กฤษณะ เรืองฤทธิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so19.tci-thaijo.org/index.php/SARNSUESIN/article/view/3640 Wed, 01 Jul 2026 00:00:00 +0700