วารสารปัญญาภาวนา https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOWD <p><strong>วารสารปัญญาภาวนา (Journal of Wisdom Development)<br /><br />ISSN: 3057-0468 (Online)</strong> <br /><br />วารสารปัญญาภาวนา ดำเนินการโดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ ดร.จิณณวัตร ปะโคทัง เพื่อการศึกษา และ สถาบันพัฒนาวิชาการปัญญาภา เริ่มต้นดำเนินการในเดือนสิงหาคม 2567 เป็นวารสารสาขาสังคมศาสตร์ (Social Sciences) ที่เน้นรับบทความด้านการศึกษา (Education) และบทความที่สัมพันธ์กับการศึกษา รวมทั้งสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่สัมพันธ์กับการศึกษา<br /><br /></p> <p><strong>วัตถุประสงค์<br /></strong>วารสารปัญญาภาวนามีวัตถุประสงค์เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิชาการของคณาจารย์ นักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา นักวิจัย และผู้สนใจทั่วไปที่เกิดขึ้นจากกระบวนการวิจัย การศึกษาค้นคว้าเรียบเรียงอย่างเป็นระบบในรูปแบบบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือ<strong><br /></strong></p> <p><strong>ขอบเขต</strong> <br />วารสารปัญญาภาวนาเป็นวารสารสาขาสังคมศาสตร์ (Social Sciences) ที่เน้นรับบทความด้านการศึกษา (Education) และบทความที่สัมพันธ์กับการศึกษา รวมทั้งสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่สัมพันธ์กับการศึกษา โดยมีอนุสาขาที่รับตีพิมพ์ดังนี้<br />1.การบริหารการศึกษา (Educational Administration)<br />2.หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ (Curriculum and Learning Management) <br />3.สังคมศึกษา (Social Studies)<br />4.พุทธศาสนศึกษา (Buddhist Studies)<br />5.การศึกษาปฐมวัย (Early Childhood Education)<br />6.การประถมศึกษา (Elementary Education)<br />7.มัธยมศึกษา (Secondary Education)<br />8.สุขศึกษาและพลศึกษา (Health and Physical Education)<br />9.เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา (Educational Technology and Innovation)<br />10.คอมพิวเตอร์ศึกษา (Computer Education)<br />11.ศิลปศึกษา (Art Education)<br />12.ดนตรีศึกษา (Music Education)<br />13.นาฏศิลป์ศึกษา (Drama and Performance Education) <br />14.คณิตศาสตร์ศึกษา (Mathematics Education)<br />15.การศึกษานอกระบบโรงเรียน (Non-Formal Education)<br />16.จิตวิทยาการศึกษา (Educational Psycholog) <br />17.การศึกษาพิเศษ (Special Education)<br />18.การจัดเรียนรู้ด้านภาษาศาสตร์ (Linguistics learning Management) <br />19.ศาสตร์ที่สัมพันธ์กับการศึกษา (Sciences Relating to Education)</p> <p><strong>ประเภทของบทความที่รับตีพิมพ์ <br /></strong>1.บทความวิจัย (Research article) <br />2.บทความวิชาการ (Academic article) <br />3.บทวิจารณ์หนังสือ (Book review)</p> <p><strong>กำหนดตีพิมพ์เผยแพร่:</strong> ปีละ 3 ฉบับ ได้แก่<br />ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม-เมษายน<br />ฉบับที่ 2 เดือน พฤษภาคม-สิงหาคม<br />ฉบับที่ 3 เดือน กันยายน-ธันวาคม</p> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์:</strong> ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ </p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ:</strong> ทุกบทความที่ส่งเข้ารับการพิจารณาตีพิมพ์จะได้รับการตรวจสอบความถูกต้องและประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Reviewer) จำนวน 3 คน โดยปกปิดข้อมูลของทั้งสองฝ่าย (Double Blinded) </p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความ: </strong>วารสารยังไม่มีนโยบายเก็บค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความ</p> สถาบันพัฒนาวิชาการปัญญาภา 149/16 หมู่ 6 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 34000 th-TH วารสารปัญญาภาวนา 3057-0468 รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานดิจิทัลร่วมกับบริบทท้องถิ่นตามแนวคิดความท้าทายเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOWD/article/view/3546 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและศึกษาผลของการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ฯ กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 30 คน คัดเลือกแบบเจาะจง ใช้แบบแผนการวิจัยกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One-Group Pretest-Posttest Design) เครื่องมือวิจัยได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ 5 แผน (IOC) คือ0.93 แบบทดสอบ จำนวน 20 ข้อ (IOC) คือ 0.83, ความยากง่าย (p) คือ 0.70 ค่าอำนาจจำแนก (r) เท่ากับ 0.89 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.81 ใบกิจกรรม (IOC) คือ 0.90 และแบบประเมินพฤติกรรมแบบรูบริก (IOC) คือ 0.81 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.82 และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ CECP ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเผชิญความท้าทายและระบุปัญหาเชิงบริบท (Challenge) 2) การสืบเสาะและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Explore) 3) การสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล (Create) และ 4) การนำเสนอและการสะท้อนคิดเชิงวิพากษ์ (Present) มีประสิทธิภาพกระบวนการและผลลัพธ์ (E1/E2) เท่ากับ 82.63/83.95 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 และมีดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เท่ากับ 0.8577 แสดงว่านักเรียนมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นร้อยละ 85.77 หลังการเรียนรู้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมดิจิทัลโดยรวมมีพัฒนาการสัมพัทธ์เฉลี่ยร้อยละ 79.82 อยู่ในระดับสูงมาก เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า ความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมและนำไปใช้ได้จริงมีพัฒนาการสัมพัทธ์สูงสุด (ร้อยละ 86.34) รองลงมาคือ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (ร้อยละ 85.84) และการสร้างคุณค่านวัตกรรมดิจิทัล (ร้อยละ 85.33) อยู่ในระดับสูงมากทั้งหมด ส่วนความสามารถในการแก้ปัญหา (ร้อยละ 72.32) และความคิดยืดหยุ่นและมุมมอง (ร้อยละ 69.27) มีพัฒนาการอยู่ในระดับสูง ตามลำดับ </p> กิตติวัฒน์ ดิษฐประเสริฐ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ดร.กิตติวัฒน์ ดิษฐประเสริฐ 2026-08-24 2026-08-24 3 2 1 19