วารสารสินธุ์โสธร https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS <p>วารสารสินธุ์โสธร<br />Journal of Sinsothon<br />ISSN .................... (Print)<br />ISSN .................... (Online)</p> <p><strong>กำหนดเผยแพร่ปีละ 4 ฉบับ คือ</strong><br />- ฉบับที่ 1 (มกราคม - มีนาคม)<br />- ฉบับที่ 2 (เมษายน - มิถุนายน)<br />- ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กันยายน)<br />- ฉบับที่ 4 (ตุลาคม - ธันวาคม)</p> <p><strong>ขอบเขตของวารสารมีนโยบายรับตีพิมพ์บทความ ดังนี้</strong></p> <p>-พระพุทธศาสนา ปรัชญา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์</p> <p>-ศิลปศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์</p> <p>-สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์</p> <p>-การบูรณาการข้ามศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p> <p><strong>ประเภทของบทความ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท</strong> </p> <p>-บทความวิจัย และ บทความวิชาการ</p> <p>-บทความปริทัศน์ และ บทความวิจารณ์หนังสือ</p> <p>รับตีพิมพ์บทความ ทั้งบทความภาษาไทย และบทความภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>เงื่อนไขการตีพิมพ์บทความ<br /></strong> -บทความแต่ละบทความจะได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบบทความ (Peer Reviewer) จากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน</p> <p> -บทความผู้นิพนธ์ภายนอกได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายในและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกคนละหนึ่งท่าน หรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างน้อยสองท่าน ส่วนบทความผู้นิพนธ์ภายในได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหน่วยงานที่จัดทำวารสาร มีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจากหลากหลายสถาบัน และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์</p> <p> -รูปแบบที่ผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์บทความและผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความเช่นเดียวกัน (Double-Blind Peer Review) และทางกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาบทความจนกว่าจะได้แก้ไขให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของวารสาร</p> <p> -บทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างพิจารณาเสนอขอตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ หากมีการใช้ภาพหรือตารางของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อกองบรรณาธิการก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ สำหรับทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความในวารสารฉบับนี้ เป็นของผู้นิพนธ์แต่ละท่าน ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ</p> <ol> <li class="show">ผลงานที่ส่งต้องไม่เคยตีพิมพ์ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้ส่งบทความ</li> <li class="show">ต้นฉบับที่ส่งตีพิมพ์จะต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น</li> <li class="show">ต้นฉบับจะต้องผ่านการคัดกรองโดยบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและได้รับการอนุมัติจากคณะบรรณาธิการ</li> <li class="show">กรณีเป็นบทความแปล จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยขออนุญาตให้เป็นไปตามหลักจริยธรรมสากล</li> <li class="show">ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ และตารางที่ตีพิมพ์ในวารสาร เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความแต่เพียงผู้เดียว ไม่ใช่ความเห็นและความรับผิดชอบของบรรณาธิการวารสาร </li> <li class="show">ผลงานตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร</li> </ol> <p><strong>ทั้งนี้</strong> วารสารสินธุ์โสธร ยังไม่เก็บค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์</p> พระณัฐวุฒิ พันทะลี th-TH วารสารสินธุ์โสธร <p>Authors who publish with Journal of TCI agree to the following terms:</p> <p>- Authors retain copyright and grant the journal right of first publication with the work simultaneously licensed under a <a href="https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/">Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)</a> that allows others to share the work with an acknowledgment of the work's authorship and initial publication in this journal.</p> <p>- Authors are able to enter into separate, additional contractual arrangements for the non-exclusive distribution of the journal's published version of the work (e.g., post it to an institutional repository or publish it in a book), with an acknowledgment of its initial publication in this journal.</p> <p>- Authors are permitted and encouraged to post their work online (e.g., in institutional repositories or on their website) prior to and during the submission process, as it can lead to productive exchanges, as well as earlier and greater citation of published work.</p> สื่อเปลี่ยน แพลตฟอร์มเปลี่ยน จริยธรรมคงเดิม : วิกฤตมาตรฐานข่าวและความต้องการของคนไทย https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS/article/view/2878 <p>บทความวิชาการนี้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสื่อมวลชนในยุคดิจิทัลส่งผลให้โครงสร้าง การผลิตและการบริโภคข่าวสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากสื่อดั้งเดิมสู่แพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นทั้งผู้รับสารและผู้ส่งสารได้ในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความท้าทายด้านจริยธรรมสื่อและมาตรฐานวิชาชีพข่าว โดยเฉพาะประเด็นข่าวลวง ข่าวคลิกเบต ความเร่งรีบในการนำเสนอข้อมูล และการลดทอนกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการวิเคราะห์วิกฤตมาตรฐานข่าวในบริบทสังคมไทย ภายใต้แรงกดดันของแพลตฟอร์มดิจิทัลและความต้องการของผู้บริโภคข่าวที่เปลี่ยนแปลงไป ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าแม้รูปแบบสื่อและแพลตฟอร์มจะเปลี่ยนแปลง แต่หลักจริยธรรมสื่อยังคงมีความสำคัญและจำเป็นต่อการธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชน การปรับตัวขององค์กรข่าว นักข่าว และผู้บริโภคสื่อจึงควรมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความรวดเร็วของข่าวสารกับความถูกต้อง ความรับผิดชอบ และจริยธรรม เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศสื่อที่มีคุณภาพและยั่งยืนในสังคมไทย</p> อภิสิทธิ์ กาฬภักดี พระวิชรญาณ วิสุทฺธิญาโณ (โม้แหยม) พระมหาศุภชัย สุภกิจฺโจ (บุตระเกษ) อภิชิต เหมือยไธสง พระครูวินัยธรวุฒิไกร มาลัยขวัญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสินธุ์โสธร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-27 2026-03-27 2 1 36 46 ยุทธศาสตร์การพัฒนาพุทธนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21 https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS/article/view/2902 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาพุทธนวัตกรรมสำหรับการสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมไทยในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นกระบวนการบูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์การบริหารจัดการสมัยใหม่ เพื่อตอบสนองต่อพลวัตความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลดิสรัปชัน เนื้อหาครอบคลุมแนวทางการขับเคลื่อนใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1) มิติด้านการศึกษา ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านจากการเน้นวิชาการสู่การสร้าง "มนุษย์ที่สมบูรณ์" โดยใช้กระบวนการสอนแนวพุทธผสานกับเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาปัญญาและจิตใจ 2) มิติด้านเศรษฐกิจ ที่เน้นการแปลงทุนทางวัฒนธรรมเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการบริหารธุรกิจตามแนวทาง ESG และอุตสาหกรรม 5.0 เพื่อความยั่งยืนของชุมชนและสิ่งแวดล้อม และ 3) มิติด้านสังคมและธรรมาภิบาล ที่นำหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข บทสรุปของบทความเสนอว่า พุทธนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางวัตถุและความผาสุกทางจิตใจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและการสร้างสังคมแห่งปัญญาที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง</p> พระฤทธิรงค์ ขนฺติธมฺโม (บุญแสน) พระครูประยุตสารธรรม อาทิตย์ ผ่านพูล ณฐอร เจือจันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสินธุ์โสธร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-27 2026-03-27 2 1 47 59 บทบาทของพระสังฆธิการในบริบทสังคมร่วมสมัยกับประสิทธิภาพการคุ้มครองคณะสงฆ์ไทย https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS/article/view/2909 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของพระสังฆาธิการในบริบทสังคมร่วมสมัย และความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการคุ้มครองคณะสงฆ์ไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างการบริหารคณะสงฆ์และภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนา การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิเคราะห์เอกสารทางวิชาการ กฎหมายคณะสงฆ์ และแนวคิดด้านการบริหารจัดการองค์กร ผลการศึกษาพบว่า ในปัจจุบันพระสงฆ์มีสถานะทางกฎหมายแบบ "อัตลักษณ์คู่" คือเป็นทั้งสมณะผู้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยและเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายบ้านเมือง ดังนั้น พระสังฆาธิการยุคใหม่จำเป็นต้องปรับบทบาทจากการปกครองเชิงโครงสร้างแบบดั้งเดิมไปสู่ "การบริหารเชิงรุก" โดยบูรณาการหลักพุทธศาสตร์ นิติศาสตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าด้วยกัน เน้นการบริหารงาน 6 ด้านด้วยหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ด้วยบิ๊กดาต้า เพื่อสร้างเกราะป้องกันวิกฤตศรัทธาและเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางสังคมผ่านงานสาธารณสงเคราะห์เชิงรุก อันจะนำไปสู่การคุ้มครองคณะสงฆ์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล</p> พระภูมินทร์ ญาณวีโร (ดอนแก้วญวน) พระวิชรญาณ วิสุทฺธิญาโณ (โม้แหยม) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสินธุ์โสธร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-28 2026-03-28 2 1 60 71 แนวคิดของคนรุ่นใหม่กับการกำหนดวาทกรรมทางการเมืองในสังคมไทยยุคปัจจุบัน https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS/article/view/3140 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เชิงวิพากษ์และสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของคนรุ่นใหม่ในการกำหนดและประกอบสร้างวาทกรรมทางการเมืองในสังคมไทยร่วมสมัย ผ่านการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางการเมืองและทฤษฎีวาทกรรม โดยมุ่งเน้นพลวัตของการใช้พื้นที่ออนไลน์เป็นเครื่องมือในการต่อรองทางอุดมการณ์ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ได้ผันตัวเป็นผู้ผลิตวาทกรรมตอบโต้ (Counter-discourse) ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามและรื้อถอนความหมายเดิมของอำนาจรัฐที่แฝงอยู่ในระบบการศึกษาแบบดั้งเดิม ตลอดจนสร้างนิยามใหม่ของมโนทัศน์ “ความเป็นชาติ” และ “ประชาธิปไตย” ที่ยึดโยงกับความหลากหลายและกระแสโลกาภิวัตน์ บทความนี้เสนอว่า การทำความเข้าใจปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นกุญแจสำคัญในการถอดรหัสทิศทางการเมืองไทย ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการผูกขาดอำนาจเชิงสถาบันดั้งเดิมไปสู่พื้นที่ทางการเมืองแบบเครือข่ายดิจิทัล</p> พระวิชรญาณ วิสุทธิญาโณ (โม้แหยม) พระมหาวิรุธ วิโรจโน นัยน์ปพร สุภา อภิชิต เหมือยไธสง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสินธุ์โสธร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-30 2026-03-30 2 1 72 84 คุณธรรมจริยธรรมในการบริหารรัฐกิจสำหรับผู้นำในยุค VUCA World https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS/article/view/2969 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารรัฐกิจสำหรับผู้นำในยุค VUCA World ซึ่งเป็นยุคที่มีความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือสูง การศึกษาครั้งนี้ได้ทบทวนวรรณกรรมและแนวคิดทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมจริยธรรมทั้งในโลกตะวัน ตกและในบริบทของประเทศไทยรวมถึงการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคุณธรรมจริยธรรมกับการบริหารรัฐกิจในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลการศึกษาพบว่า คุณธรรมจริยธรรมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือของระบบราชการ โดยเฉพาะในยุค VUCA World ที่ผู้นำต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยาก คุณธรรมจริยธรรมทำหน้าที่เป็นเข็มทิศในการตัดสินใจและการดำเนินนโยบายสาธารณะ ผู้นำที่มีคุณธรรมจริยธรรมจะสามารถนำพาองค์กรผ่านวิกฤตต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความยั่งยืนให้กับสังคม และรักษาคุณค่าทางจริยธรรมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง</p> พระมหาชาญวิทย์ อธิปญฺโญ (ธิถา) พระปลัดก่อกิดากร ธีรปญฺโญ อาทิตย์ ผ่านพูล ณฐอร เจือจันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสินธุ์โสธร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-30 2026-03-30 2 1 85 94 การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS/article/view/2943 <p>การวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R 2) เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R ตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนนาหนังพัฒนศึกษา ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R ตัวแปรตาม ได้แก่ คือ ทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ</p> <p> ผลวิจัยพบว่า 1) ทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R พบว่า ทักษะการอ่านของนักเรียนผ่านเกณฑ์โดยเฉลี่ยร้อยละ 80.40 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 2) ผลการศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R ตามเกณฑ์ 80/80 พบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ได้จากการประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ SQ3R ระดับมาก</p> การ์นนท์ เมืองจำนงค์ บัญชา ธรรมบุตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสินธุ์โสธร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-30 2026-03-30 2 1 1 9 การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่องการสร้างคำในภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โดยใช้การจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS/article/view/2966 <p>การวิจัยครั้งนี้ศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่องการสร้างคำในภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA MODEL) มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อพัฒนาความสามารถในการสร้างคำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) 2) เพื่อเปรียบเทียบผลการศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักภาษา เรื่องหลักการสร้างคำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) ตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนนาอ้อวิทยา ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ (CIPPA MODEL) ตัวแปรตาม ได้แก่ คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักภาษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ</p> <p>ผลวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักภาษา เรื่องหลักการสร้างคำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โดยการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนผ่านเกณฑ์โดยเฉลี่ยร้อยละ 82.00 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 2) ผลการศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักภาษา เรื่องหลักการสร้างคำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) ตามเกณฑ์ 80/80 พบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ได้จากการประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนโดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบซิปปา (CIPPA MODEL) พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานระดับมากที่สุด</p> ธนภรณ์ ด้วงวิเศษ บัญชา ธรรมบุตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสินธุ์โสธร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-30 2026-03-30 2 1 10 23 การพัฒนาทักษะด้านการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำเหมือดแก้วบำเพ็ญวิทยา โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบบัตรคำ https://so19.tci-thaijo.org/index.php/JOS/article/view/2972 <p>การวิจัย การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ บัตรคำ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาทักษะด้านการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีสอนแบบ บัตรคำ 2) ผลการศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ บัตรคำ ตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบ บัตรคำ กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนคำเหมือดแก้วบำเพ็ญวิทยา ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดการเรียนรู้แบบ บัตรคำ ตัวแปรตาม ได้แก่ คือ ทักษะการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ</p> <p>ผลวิจัยพบว่า 1) ทักษะการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ บัตรคำ พบว่า ทักษะการอ่านสะกดคำของนักเรียนผ่านเกณฑ์โดยเฉลี่ยร้อยละ 86.54 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 2) ผลการศึกษาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ บัตรคำ ตามเกณฑ์ 80/80 พบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ได้จากการประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้แบบ บัตรคำ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ บัตรคำ พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบ บัตรคำ ระดับมาก</p> เฟื่องฟ้า ภูสมจิตร บัญชา ธรรมบุตร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสินธุ์โสธร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-30 2026-03-30 2 1 24 35