https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS/issue/feed
วารสารสังคมศาสตร์ มูลนิธิวิจัยไทย
2026-10-20T00:35:03+07:00
Assoc.Prof.Dr. Saruda Sompong
frepjssline@gmail.com
Open Journal Systems
<p><strong>ชื่อภาษาอังกฤษ</strong><br />FREP Journal of Social Sciences</p> <p><strong>ชื่อย่อ</strong> FREPJSS</p> <p><strong>ชื่อภาษาไทย</strong><br />วารสารสังคมศาสตร์ มูลนิธิวิจัยไทย<br /><br /><strong>สาขา อนุสาขาที่รับ</strong><br />รัฐประศาสนศาสตร์ สังคมวิทยาและรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ การบริหาร <br />การวางแผนและการพัฒนา บริหารการศึกษา การปกครอง และการบริหารท้องถิ่น<br /><br /><strong>กำหนดออก</strong> ปีละ 4 ฉบับ ได้แก่<br />ปี 2569 <br />ฉบับที่ 1 (กรกฏาคม - กันยายน)<br />ฉบับที่ 2 (ตุลาคม - ธันวาคม)<br />ปี 2570<br />ฉบับที่ 1 (มกราคม - มีนาคน)<br />ฉบับที่ 2 (เมษายน - มิถุนายน )<br />ฉบับที่ 3 (กรกฏาคม - กันยายน)<br />ฉบับที่ 4 (ตุลาคม - ธันวาคม)<br /><br /><strong>ผู้ผลิตและเผยแพร่</strong><br />มูลนิธิวิจัยและบริการการศึกษาเพื่อสาธารณะ<br />เลขที่ 1/1 หมู่ที่ 4 ตำบลช่างเหล็ก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา<br />เว็บไซต์: <a class="decorated-link" href="https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS" target="_new" rel="noopener" data-start="344" data-end="389">https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS</a><br />อีเมล์: <a class="decorated-link cursor-pointer" rel="noopener" data-start="399" data-end="420" data-is-last-node="">frepjssline@gmail.com</a></p>
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS/article/view/3250
จริยธรรมของผู้ปฏิบัติงานในคลีนิกกฎหมายของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2566: กรณีศึกษาเจ้าหน้าที่ประจำคลีนิกกฎหมาย
2026-10-20T00:35:03+07:00
ปีดิเทพ อยู่ยืนยง
pedithep.y@cmu.ac.th
ชนาธิป ธิอ้าย
chanathip.t@cmu.ac.th
<p>ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2566 เป็นกฎระเบียบที่วางเอาไว้สำหรับการประกาศมาตรฐานจริยธรรมที่ใช้กำกับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยระบุความคาดหวังเกี่ยวกับพฤติกรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงานสำหรับผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานสายวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานในสายสนับสนุนที่ปฎิบัติงานให้กับต้นสังกัด บทความนี้วิเคราะห์จริยธรรมของผู้ปฏิบัติงานในคลีนิกกฎหมาย ภายใต้ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2566 บทความนี้ยังศึกษาว่าข้อบังคับฉบับนี้วางกรอบการพัฒนาแนวทางด้านจริยธรรมอย่างไรในการพัฒนาการให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการการให้บริการคำปรึกษากฎหมายที่อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมของนักกฎหมาย บทความฉบับนี้ระบุหลักการสำคัญภายใต้ข้อบังคับฉบับนี้ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่บริการวิชาการทางกฎหมายสามารถกำหนดรูปแบบประมวลจริยธรรมในการให้คำปรึกษาทางกฎหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมสำหรับนักศึกษากฎหมายอาสาสมัคร ตรงกับความต้องการของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
2026-09-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์ มูลนิธิวิจัยไทย
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS/article/view/3367
รูปแบบและประสิทธิผลของโครงสร้างเครือข่ายในการจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
2026-09-26T15:09:53+07:00
สำเริง แหยงกระโทก
yangkratoke69@gmail.com
<p>การจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตรเป็นประเด็นเชิงนโยบายสาธารณะที่มีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายและกฎหมายหลายชุด บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) จำแนกรูปแบบโครงสร้างเครือข่ายในการจัดการที่ดินเกษตร (2) วิเคราะห์ประสิทธิผลของโครงสร้างเครือข่ายต่อการประสานงานและการจัดการข้อพิพาท และ (3) อธิบายบทบาทของกติกาที่ใช้จริง (rules-in-use) ต่อผลลัพธ์ของธรรมาภิบาลที่ดิน โดยใช้กรอบแนวคิดบูรณาการระหว่างการกำกับดูแลแบบเครือข่าย (Network Governance) กรอบ IAD และแนวคิดธรรมาภิบาลที่ดิน (Land Governance) ผลการศึกษาพบว่าโครงสร้างเครือข่ายมีลักษณะผสมระหว่างแบบหน่วยงานหลัก (lead organization) และแบบมีส่วนร่วม (participant-governed) โดยรัฐมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการประสานงาน ขณะที่ภาคชุมชนมีบทบาทในการมีส่วนร่วมบางระดับ ประสิทธิผลของเครือข่ายขึ้นอยู่กับกติกาที่ใช้จริง โดยเฉพาะด้านข้อมูล การตัดสินใจ และการกำกับติดตาม บทความเสนอว่าการออกแบบโครงสร้างเครือข่ายควบคู่กับการปรับกติกาเชิงสถาบันจะช่วยเพิ่มประสิทธิผลของการจัดการที่ดินและนำไปสู่ความยั่งยืนในระดับพื้นที่</p>
2026-09-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์ มูลนิธิวิจัยไทย
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS/article/view/3516
การบังคับใช้กฎหมายกรณีอำนาจหน้าที่ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ขณะไม่มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติหน้าที่
2026-09-26T14:57:25+07:00
ชัยวุฒิ เทโพธิ์
chaiwut@vru.ac.th
<p>ภายหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำการยึดอำนาจการปกครอง มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ทำให้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองถูกระงับ การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล หลายแห่งให้งดจัดให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล คณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศให้การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลกระทำโดยข้าราชการประจำ กล่าวคือนายกองค์การบริหารส่วนตำบลครบวาระการดำตำแหน่งและไม่มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล แต่งตั้งให้ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบล จนกระทั่งในปี 2562 องค์การบริหารส่วนตำบลมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลมาจาการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงนับแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลครบวาระอีกครั้งและระหว่างรอการเลือกตั้ง การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลจะต้องกระทำโดยปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติหน้าที่ของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลได้เท่าที่จำเป็นและเป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 มาตรา 64 วรรคสี่</p>
2026-09-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์ มูลนิธิวิจัยไทย
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS/article/view/3252
มาตรการทางกฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการสะกดรอยทางไซเบอร์ (Cyberstalking): ศึกษากรณีช่องว่างของกฎหมายไทยกับผลกระทบต่อเยาวชนระดับอุดมศึกษา
2026-09-30T14:26:08+07:00
มนสิชา โพธิสุข
monsicha.po@northbkk.ac.th
<p>การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์รูปแบบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการสะกดรอยทางไซเบอร์ (Cyberstalking) ที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนระดับอุดมศึกษาไทย พร้อมศึกษากฎหมายเปรียบเทียบเพื่อเสนอแนวทางคุ้มครองเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาพบว่าอาชญากรรมทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้นผ่านเทคนิค Deepfake การหลอกลวง และการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะพฤติกรรมการเฝ้าติดตามผ่านพิกัดสถานที่ (Geotagging) และการใช้บัญชีปลอม (Catfishing) แต่จากการวิเคราะห์พบว่ากฎหมายไทยในปัจจุบัน ทั้งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ยังมีข้อจำกัดในการเอาผิดการคุกคามทางจิตวิทยาที่ไม่มีความเสียหายทางกายภาพที่ชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายของสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ที่มีบทบัญญัติฐานความผิดฐานสะกดรอยตาม (Anti-Stalking Act) เป็นการเฉพาะ ผู้วิจัยจึงเสนอแนะให้มีการปรับปรุงกฎหมายไทยโดยบัญญัติฐานความผิดการสะกดรอยทางไซเบอร์เพิ่มในกฎหมายคอมพิวเตอร์หรือกฎหมายอาญา หรือพิจารณานำโมเดลของประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้ โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจออก “คำเตือน” หรือ “คำสั่งห้าม” เพื่อยับยั้งพฤติกรรมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล อันเป็นการป้องกันความรุนแรงที่จะเพิ่มระดับขึ้นในอนาคต และสอดคล้องกับแนวคิดของ อรรถกร กัณหานนท์ เรื่อง ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการดำเนินคดีอาญา กรณีการสะกดรอยเฝ้าติดตามในประเทศไทย</p>
2026-09-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์ มูลนิธิวิจัยไทย
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS/article/view/3266
คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักการเมืองท้องถิ่นตามทัศนคติของประชาชนในพื้นที่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
2026-10-19T23:59:01+07:00
สมศักดิ์ ไตรศักดิ์
somsak08032533@gmail.com
วราภรณ์ รุ่งเรืองกลกิจ
rwarap4@yahoo.com
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักการเมืองท้องถิ่น ตามทัศนคติของประชาชนในพื้นที่อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา และ (2) เปรียบเทียบคุณลักษณะที่ พึงประสงค์ของนักการเมืองท้องถิ่นตามทัศนคติของประชาชนในพื้นที่อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากร คือ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 82,706 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 398 คน เครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติวิเคราะห์ข้อมูลคือ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test (Independent samples) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และ วิธีการของเซฟเฟ่</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักการเมืองท้องถิ่นตามทัศนคติของประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านด้านสติปัญญาและวิสัยทัศน์ ด้านความรู้ความสามารถ ด้านมนุษยสัมพันธ์ ด้านคุณธรรม จริยธรรม และ ด้านจิตใจและอารมณ์ ตามลำดับ</li> <li class="show">คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักการเมืองท้องถิ่นตามทัศนคติของประชาชนในเขตพื้นที่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ที่มีเพศ ระดับการศึกษา อาชีพต่างกัน มีทัศนคติต่อคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ของนักการเมืองท้องถิ่น ไม่แตกต่างกัน</li> </ol>
2026-09-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์ มูลนิธิวิจัยไทย
https://so19.tci-thaijo.org/index.php/FREPJSS/article/view/3478
การจัดการเรียนรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะในรายวิชาทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ เพื่อส่งเสริมผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่
2026-06-17T16:17:40+07:00
สิงหรา สิงหราชโยคี
singhara@cmvc.ac.th
นทัต อัศภาภรณ์
singhara@cmvc.ac.th
ศักดา สวาทะนันทน์
singhara@cmvc.ac.th
<p>การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะโดยใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในรายวิชาทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ และ 2) ศึกษาผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่เรียนรายวิชา 30000-1101 ทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสารในงานอาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาตามกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ (NQF) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะที่พัฒนาขึ้นมีจำนวน 5 แผน รวม 15 ชั่วโมง และมีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด 2) ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ที่กำหนดไว้ โดยมีนักศึกษาผ่านเกณฑ์จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 93.33 ด้านคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ คุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคมและลักษณะบุคคล มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ขณะที่ด้านความสามารถในการประยุกต์ใช้และความรับผิดชอบมีค่าเฉลี่ยน้อยสุด แต่ยังอยู่ในระดับมาก</p>
2026-09-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์ มูลนิธิวิจัยไทย